ข่าว

รักเดียวใจเดียว

รักเดียวใจเดียว

05 ธ.ค. 2553

เป็นที่ฮือฮาสุดๆ สำหรับ "ส.ส.องุ่น" ปรีชญา ขำเจริญ ส.ส.เมืองโอ่ง ราชบุรี พรรคประธิปัตย์ ที่แสนสุดจะโด่งดัง จากการงดออกเสียงรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 93-98 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการสวนมติของพรรค ที่ ส.ส.ทุกคนต้องโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล

 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีการใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ซึ่งก่อนที่ศาลจะตัดสินยกคำร้องนั้น บรรดากระจอกข่าวบังเอิญมองเห็น ส.ส.องุ่น มาร่วมลุ้นฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ด้วย

 ผู้สื่อข่าวจึงปรี่เข้าไปสอบถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า ถูกพรรคลงโทษอย่างไรบ้าง "ส.ส.องุ่น" แอบกระซิบให้ฟังว่า "มีเพื่อน ส.ส.ด้วยกันมากระเซ้าเย้าแหย่ว่า ไม่รู้ว่าพรรคจะถูกยุบก่อน หรือว่าจะถูกไล่ออกจากพรรคก่อนกันแน่"

 ทำเอา "ส.ส.องุ่น" อึ้งกิมกี่เสียขบวนไปนิดหน่อย ก่อนจะยิ้มแล้ว สวนกลับไปว่า "ถ้าพรรคมีมติให้ขับออกจากพรรค ก็จะหาทางกลับมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิมให้ได้"

 แหมมมม....มันต้องอย่างนี้สิ ถึงจะเรียกว่า "รักเดียวใจเดียว"

ภารกิจ"นายหัว"

 พักยกคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ยกแรกไปไม่กี่วัน กระไดตึก "ควง อภัยวงศ์" ไม่เคยแห้ง

 ชาวบ้านเกือบทุกสารทิศเดินทางมาร้องทุกข์ถึงหน้าบ้าน ระหว่างที่ “ส.ส.” ไม่อยู่ประจำการ ก็เป็นหน้าที่ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ต้องออกมาต้อนรับ จัดแจง...ต่อสายโทรศัพท์ถึงส.ส.พื้นที่ที่ประชาชนมาร้องทุกข์ หรือไม่ก็แนะนำให้ไปร้องเรียนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คนทุกข์สบายใจ...ไม่ถูกทอดทิ้ง

 สิ้นงานช่วยเหลือ นักข่าวหยอดคำถาม “ระหว่างเป็นนักการเมือง กะ นักกฎหมาย อะไรเหนื่อยกว่ากัน?"

 “มันอยู่ที่เราเลือก เมื่อเราเลือกแล้วไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนก็ภูมิใจที่ได้ทำ” คุณชวน กล่าว

 แล้วทำไมเขาไม่ไปร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือล่ะ?

 คุณชวนยิ้ม ก่อนตอบว่า “ผมว่าที่ทำเนียบรัฐบาลคงมีขั้นตอนเยอะ...มาที่นี่ขั้นตอนเดียว ช่วยได้หรือไม่ได้ก็ส่งต่อให้คนที่ช่วยได้ช่วย”

 คนที่ชื่อว่า...ไร้อำนาจ ท่ามกลางมหามิตรที่มีอำนาจ แต่ยังเป็นที่พึ่งของคนเดือดร้อน

 แบบนี้...ใครบอกเกลียดประชาธิปัตย์ ก็คงต้องเว้น “อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย” ไว้สักคน

 เพราะจะหานักการเมืองที่ยึดมั่นในสิ่งที่เลือก...โดยไม่ทอดทิ้งประชาชนแบบนี้หาได้ยาก...

 ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรซะอีก ขอบอก

รถด่วนขบวนนายกฯ


 ใครจะเชื่อว่า ทีมอารักขานายกฯ คันนี้มาจากหลากหลายหน่วย ทั้งทหาร-ตำรวจ มีรถในขบวนรวมแล้ว 14-15 คัน เพื่อทำหน้าที่คุ้มกัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “ปณิธาน วัฒนายากร”

 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุชวนขนหัวลุก เมื่อรถในขบวนเกิดอุบัติเหตุชนถึง 3 ครั้ง

 เริ่มจากวันเสาร์ก่อนหน้านี้ รถกระบะคุ้มกัน “อ.ปณิธาน” ชนกับมอเตอร์ไซค์ชุดคุ้มกันนายกฯ จนล้มไปวัดพื้นถนนทั้งรถทั้งคน

 แถมมอเตอร์ไซค์ราคาหลักล้านบาทยังล้มไปชนท้ายตำรวจ 191 อีกที

 ถัดมาวันพุธ หลังจากนายกฯ เสร็จภารกิจในช่วงค่ำ ก็บึ่งจะขึ้นทางด่วนกลับบ้าน แต่แล้วจู่ๆ รถคุ้มกัน “อ.ปณิธาน” (อีกแล้วครับท่าน) เบรกกะทันหัน ทำเอารถสื่อทีวีช่องหนึ่งที่วิ่งตามหลังมาต้องเหยียบเบรกกันตัวโก่ง

 แต่สุดท้ายไม่วายรถสื่อที่ตามมาอีกคันชนท้ายรถสื่อคันหน้า จนกระโปรงหน้าเยินไปตามแรงปะทะ

 และล่าสุด เหตุเกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ หลังจากนายกฯ เสร็จภารกิจจากอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ก็บึ่งขึ้นทางด่วนกลับเข้าทำเนียบด้วยความเร็วสูง

 ไม่นานกระจอกข่าวเหลือบไปมองที่ขอบทางด่วน เห็น “มอเตอร์ไซค์ไอ้มดแดงที่นำขบวนนายกฯ” จอดอยู่ทั้ง   2 คัน ในสภาพที่คันหนึ่งกล่องสัมภาระด้านข้างหลุด และมีรอยถลอก

 หลังจากสอบถามก็ได้ความว่า “ขับเฉี่ยวกันเอง” พร้อมกับเสียงบ่นอุบตามมาว่า...

 "ก็เล่นขับกันอย่างนี้...คอยดูเถอะจะชนรถนายกฯ เข้าสักวัน”