ข่าว

นาสรีตะบัน2ปืนโตขึ้นจ่าฝูงเชลซีซ่าไม่ออก

นาสรีตะบัน2ปืนโตขึ้นจ่าฝูงเชลซีซ่าไม่ออก

05 ธ.ค. 2553

ซาเมียร์ นาสรี ยิง 2 ประตู นำ "ปืนโต" อาร์เซนอล ชนะ ฟูแล่ม 2-1 ขึ้นเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี แชมป์เก่า หล่นสู่อันดับ 3 เมื่อทำได้แค่เสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 1-1

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่า จากการเลื่อนการแข่งขันของคู่ระหว่าง แบล็คพูล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะสนามบลูมฟิลด์ โรด ของเจ้าบ้าน จมอยู่ใต้กองหิมะ ไม่พร้อมทำการแข่งขัน ทำให้ "ปีศาจแดง" ยังคงแข่ง 15 นัด มี 31 แต้มเท่าเดิมนั้น จ่าฝูงมีการเปลี่ยนมือทันที

 เมื่อ อาร์เซนอล อีกหนึ่งทีมในกลุ่ม "บิ๊กโฟร์" เอาชนะ ฟูแล่ม 2-1 ในศึก "ลอนดอน ดาร์บี้ แมทช์" ที่สนามเอมิเรตส์ ของตัวเอง โดย "ปืนโต" ได้ประตูจาก ซาเมียร์ นาสรี คนเดียวทั้ง 2 ประตู นาที 14 กับ 74 ส่วน "ชาวกระท่อม" ได้ประตูโทนจาก ดิโอมันซี กามารา นาที 29 ส่งผลให้ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ แข่ง 16 นัด มี 32 แต้ม จากเดิมอยู่อันดับ 3 ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงทันที

 ขณะที่ เชลซี แชมป์เก่า ทำได้แค่เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง ทั้งที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 42 ก่อนจะโดน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ตีเสมอจาก เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด นาที 85 ผลแบ่งแต้มทำให้เด็กของ คาร์โล อันเชล็อตติ แข่ง 16 นัด มี 30 แต้ม นอกจากจะแซงยูไนเต็ดไม่ได้แล้ว จากเดิมที่เป็นรองจ่าฝูง ยังต้องหล่นไปเป็นอันดับ 3 อีกด้วย

 ส่วน แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส 1-0 ที่สนามซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ ของตัวเอง จาก คาร์ลอส เตเบซ นาที 4 และต้องเล่นแค่ 10 คน ตั้งแต่นาที 77 เมื่อ อเลกซานเดอร์ โคลารอฟ โดนใบแดง จากชัยชนะเกมนี้แม้ "เรือใบสีฟ้า" แข่ง 16 นัด มี 29 แต้ม ยังคงอยู่อันดับ 4 พื้นที่สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมสุดท้ายเช่นเดิม ทว่าไล่จี้ "สิงห์บลู" เหลือแต้มเดียวเท่านั้น

 ด้าน ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ชิงพื้นที่ "ท็อปโฟร์" ได้เมื่อฤดูกาลแข่งขันก่อน และทำสถิติชนะ 3 นัดรวด ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ก่อนหน้านี้ ทำได้แค่ออกไปแบ่งแต้ม เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 1-1 ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส ทั้งที่ สเปอร์ส ขึ้นนำก่อนจาก เซบาสเตียน บาสซง นาที 19 ทว่า "ตราลูกโลก" ไล่ตีเสมอได้จาก เคร็ก การ์ดเนอร์ นาที 80

 ส่วนคู่อื่น แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 3-0, วีแกน แอธเลติก เสมอ สโต๊ค ซิตี้ 2-2

 ด้านศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี คืนเดียวกัน ไมนซ์ รองจ่าฝูง ออกไปพ่าย ไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต 1-2 ถึงสนามคอมเมิร์ซ แบงก์ อารีนา โดย "อินทรีแดงดำ" ได้ประตูจาก มาร์โก รุสส์ นาที 35 และจุดโทษของ ธีโอฟานิส เกคัส นาที 83 ส่วนทีมเยือนได้ประตูโทนจากจุดโทษของ อังเดร ชูร์เล นาที 42 จากความพ่ายแพ้เกมนี้ ส่งผลให้ลูกทีมของ โธมัส ทูเชล แข่ง 15 นัด มี 30 แต้ม ตามหลัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จ่าฝูง ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด 7 แต้มเท่าเดิม ทั้งที่หากชนะจะลดช่องว่างเหลือ 4 แต้ม แต่ทำไม่สำเร็จ

 ขณะที่ ฮันโนเวอร์ บุกชนะ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 2-1 ถึงสนามโบรุสเซีย ปาร์ค ทั้งที่ กลัดบัค ขึ้นนำก่อนจาก ไมเคิล แบรดลีย์ นาที 16 แต่เมื่อต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาที 42 เนื่องจาก ราอูล โบบาดิญา โดนใบแดง ส่งผลให้ทีมเยือนทวงคืน 2 ประตูรวด จาก ไมค์ ฮานเค นาที 72 และ ดิดิเยร์ ยา โคนาน นาที 74

 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ลูกทีมของเมียร์โก สลอมกา ซึ่งถูกสื่อเมืองเบียร์ยกให้เป็นทีมม้ามืดแห่งฤดูกาลแข่งขันล่าสุด แข่ง 15 นัด มี 28 แต้ม ทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 ทันที ตรงข้ามกับ กลัดบัค ซึ่งยังคงเป็นทีมเดียวในลีก ที่ยังชนะเกมเหย้าไม่ได้แม้แต่นัดเดียว และเป็นเหตุให้แข่ง 15 นัด มี 10 แต้ม จมอยู่อันดับสุดท้ายต่อไป ห่างจาก ชาลเก้ ทีมอันดับ 15 ก่อนพื้นที่ตกชั้น ที่แข่งน้อยกว่า 1 นัด 3 แต้ม

 ด้าน โวล์ฟสบวร์ก เสมอ แวร์เดอร์ เบรเมน 0-0 ที่สนามโฟล์คสวาเกน อารีนา ของตัวเอง โดยทั้งคู่ต่างยิงจุดโทษพลาดฝั่งละครั้ง เมื่อ ทอร์สเทน ฟริงก์ส ของ "นางนวล" ยิงไม่เข้าก่อน นาที 73 และ เอดิน เซโก ของเจ้าบ้าน ก็ยิงไม่เข้าเช่นกัน นาที 77

 ส่วนคู่อื่น ไฟร์บวร์ก ชนะ ฮัมบูร์ก 1-0, สตุ๊ตการ์ท เสมอ โฮฟเฟนไฮม์ 1-1