ข่าว

"กรุงไทย-ใบโพธิ์"ปืนไวขึ้นดอกเบี้ยสนองนโยบาย-ปรับทั้งเงินกู้และฝากมีผล4ธ.ค.นี้

"กรุงไทย-ใบโพธิ์"ปืนไวขึ้นดอกเบี้ยสนองนโยบาย-ปรับทั้งเงินกู้และฝากมีผล4ธ.ค.นี้

04 ธ.ค. 2553

กรุงไทยควงคู่ไทยพาณิชย์นำร่องขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝาก มีผลตั้งแต่ 4 ธันวาคมนี้ แบงก์กรุงไทยขึ้น 0.15-0.45% แจงลดช่วงว่างเงินฝากและกู้ พร้อมรองรับการขยายสินเชื่อปีหน้า ส่วนไทยพาณิชย์ขึ้น 0.12-0.15% มีผลวันเดียวกัน

 ภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝากตามมา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2553

 ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ โดยขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภท 0.15-0.45% ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทปรับขึ้น 0.125% ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน อยู่ที่ 1.05% เงินฝากประจำ 6 เดือน อยู่ที่ 1.40% เงินฝากประจำ 12 เดือน อยู่ที่ 1.55% เงินฝากประจำ 24 เดือน อยู่ที่ 2.30% และเงินฝากประจำ 36 เดือน อยู่ที่ 2.55% จากส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี แบบมีระยะเวลา (เอ็มแอลอาร์) อยู่ที่ 6.125% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชี (เอ็มโออาร์) อยู่ที่ 6.375% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) อยู่ที่ 6.725%

 นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารส่วนหนึ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสภาพคล่องไว้รองรับความต้องการสินเชื่อที่จะมีเพิ่มขึ้นในปีหน้าด้วย และเป็นการสนองนโยบายภาครัฐ ลดช่องว่างเงินฝากและเงินกู้ สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น และรองรับการขยายสินเชื่อในปีหน้าด้วย

 นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0.15-0.40% และขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.12-0.15% เพื่อสอดรับกับนโยบายของทางการ ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน อยู่ที่ 1.00-1.25% ต่อปี เงินฝากประจำ 6 เดือน 1.25-1.45% ต่อปี เงินฝากประจำ 12 เดือน 1.40-1.65% ต่อปี เงินฝากประจำระยะยาว 24 เดือน 2.25-2.50% ต่อปี และเงินฝากประจำ 36 เดือน ปรับเป็น 2.65% ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ ปรับเป็น 6.12% ต่อปี ดอกเบี้ยเอ็มโออาร์ปรับเป็น 6.40% ต่อปี และดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ปรับเป็น 6.65% ต่อปี ตามลำดับ

 ขณะที่ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ จัดการการองทุนรวม เอ็มเอฟซี กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยทำให้เงินทุนระยะสั้นไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ตามคาด แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การจัดการของธปท.จะดำเนินการอย่างไร แต่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ ไม่น่าจะมีผลต่อผู้กู้มากนัก ซึ่งมองว่าการที่ ธปท.ออกมาตรการมาก็เพื่อควบคุมบางอุตสาหกรรม เช่น อสังหาริมทรัพย์