ข่าว

"ผู้นำ"รุ่นเดียว

"ผู้นำ"รุ่นเดียว

04 ธ.ค. 2553

กระจอกข่าวมีโอกาสแวะไปกองบัญชาการศึกษา ย่านวิภาวดีรังสิต บังเอิญเจอผู้กองหนุ่มหน้าใส ร.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ หรือ "ผู้กองโป้ง" รองสารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลางนี่เอง

 ผู้กองหนุ่มคนนี้เป็นคนแก่เรียน เห็นเรียนโน้นเรียนนี่อยู่เรื่อยๆ หลังจบจากโรงเรียนสามเสน รุ่น 45 เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 42 ต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 58 จบได้รับปริญญาตรี แล้วมาเรียนต่อปริญญาโท หลักสูตรภาษาอังกฤษ สาขาการบริหารงานกระบวนการยุติธรรม ต่อด้วยหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 88 ล่าสุดกำลังเรียนหลักสูตรฝ่ายอำนวยการตำรวจ รุ่นที่ 32 

 ผู้กองโป้ง เริ่มทำงานเป็นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ปี 2548 ก่อนมาเป็นนายเวร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ ก่อนย้ายมาเป็น รองสารวัตร กก.1 บก.ป.บช.ก. ควบคู่กับการเรียนในหลักสูตรฝ่ายอำนวยการตำรวจ รุ่น 32 ซึ่งเป็นหลักในการรวบรวมข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลเสนอให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจ

 ก่อนหน้านี้ ผู้กองโป้ง เรียนจบปริญญาโท สาขาการบริหารงานกระบวนการยุติธรรม สำหรับผู้บริหาร (Master of Science In Criminal Justice For Leadership) จากมหาวิทยาลัยแซม ฮุสตัน สเตท (Sam Houston State University) รัฐเทกซัส ซึ่งเป็นความร่วมมือร่วมกันระหว่างโรงเรียนนายร้อยและมหาวิทยาลัยแซม ฮุสตัน สเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียนเป็นรุ่นแรกและรุ่นสุดท้ายจากรั้วโรงเรียนนายร้อยสามพราน มีนายตำรวจมาสมัครเรียนทั้งหมด 15 คน

 กระจอกข่าวอยากรู้ว่า ผู้กองหนุ่มเคยนำหลักสูตรผู้นำ ภาคอินเตอร์ มาปรับใช้กับการทำงานอย่างไรบ้าง

 ผู้กองโป้ง ใช้เวลาทบทวนความจำก่อนบอกว่า หลักสูตรที่เรียนเป็นของนักบริหารที่เกี่ยวกับงานยุติธรรม ซึ่งตอนเรียนจะใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ต้องมานั่งแปลเป็นไทยอีกที แถมตอนเรียนมีการทดสอบเยอะ การบ้านก็แยะ แต่เมื่อเรียนจบมาแล้วก็อาจนำความรู้ที่ได้มาใช้จริงๆ ก็ต้องรอตอนที่ขึ้นเป็น "ผู้นำ" ก่อนนั่นแหละ (ฮา...แหม!! ผู้กองหนุ่มกำลังจะคิดการใหญ่)

 แล้วมีการนำหลักสูตรอินเตอร์ที่เรียนมาปรับใช้กับงานปราบปรามที่รับผิดชอบอยู่นั้น ผู้กองโป้ง บอกว่า หลักสูตรที่เคยเรียนมามีบางวิชาที่สามารถปรับใช้ได้บ้างแต่ไม่ทั้งหมด เพราะเป็นตำราของเมืองนอก ก็มีทั้งที่มาปรับใช้และใช้ไม่ได้กับเมืองไทย

 ช่วงเวลาที่เรียนต้องทำงานด้วยไม่เหนื่อยหรือ? ผู้กองโป้ง ตอบเสียงดังฟังชัด เหนื่อย!!

 ก่อนขยายความว่า ตอนนั้นทำงานจันทร์ถึงศุกร์ แล้วมาเรียนวันเสาร์-อาทิตย์ที่โรงเรียนนายร้อยสามพราน ซึ่งแต่ละวิชายากหมดเลย และตอนที่ไปเรียนเทกซัสก็ต้องไปเรียนรวมกับคนอื่นบ้าง เรียนการบริหารยุติธรรมตามหลักสูตรบ้าง ตอนนั้นยอมรับนะว่าท้อบ้างนิดหน่อย บางทีก็รู้สึกว่า เรียนไม่รู้เรื่อง กว่าจะเข้าใจเนื้อเรื่องก็นานเหมือนกัน (หัวเราะ)

 แต่ก็เรียนจบมาด้วยความภาคภูมิใจ...แต่ทำไมหลักสูตรดีๆ แบบนี้จึงเปิดสอนรุ่นเดียว ผู้กองโป้ง บอกว่า คงเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ส่วนตัวอยากให้มีหลักสูตรนี้ต่อ หากตำรวจเรียนจบปริญญาโทก็ดูชีวิตมีทางเลือกมากขึ้น

 ผู้กองหนุ่มหน้าใสนักการศึกษา คงอีกไม่นานอาจมี "ดร." ประดับนำยศ...ผู้กองหนุ่มลังเลก่อนตอบว่า ถ้ามีเวลาก็อยากจะเรียนต่อปริญญาเอก อยากเรียนหลักสูตรเกี่ยวกับความยุติธรรม แต่ไม่รู้จะเรียนไหวหรือเปล่า มองว่าความรู้มันไม่มีที่สิ้นสุดนะ เรียนไว้มันก็ดี แล้วค่อยเอามาปรับใช้กับการทำงานจริงๆ

 ส่วน "ปริญญาโท" หลักสูตร "ผู้นำ" ฉบับอินเตอร์ ที่หอบหิ้วมาจากรั้วสามพราน และไปต่อยอดจนจบที่ "รัฐเทกซัส" คงต้องพับเก็บไว้ก่อน...คงต้องรอให้ "ผู้กองโป้ง" ก้าวมาเป็นผู้นำตำรวจจริงๆ คงได้งัดตำราหลักสูตรอินเตอร์มาใช้กันล่ะคราวนี้ (อิอิ)