
นายกฯแจงแนวแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบ
นายกฯแจงแนวแก้ปัญหาแรงงานนอกระบบตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์ยันคนกลางคืน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.นายกรณ์ จาติวณิช รมว.คลัง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะทำงานแรงงานนอกระบบและเศรษฐกิจนอกระบบ เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาปากท้องระดับรากหญ้าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยใช้เวลาเข้าพบนานประมาณ 1 ชั่วโมง
นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ในส่วนการพิจารณาเรื่องค่าครองชีพนั้น ในวันที่ 7 ธ.ค. จะไปที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติการของคณะทำงาน ซึ่งการประชุมในวันนี้เป็นการเสนอข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมด
“วันนี้คุยกันตั้งแต่ วินมอเตอร์ไซด์ แท็กซี่ หาบเร่-แผงลอยก็จะเพิ่มจุดผ่อนผัน คนทำงานกลางคืน คนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม และในเรื่องค่าครองชีพก็คุยตั้งแต่เรื่องไข่ ไก่ หมู น้ำมัน LPG ค่าไฟฟ้า” นายกฯ กล่าว
ส่วนวิธีการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายสำหรับวินมอเตอร์ไซและแทกซี่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ยังมีรายละเอียดที่ต้องทำอีกเยอะ แต่ส่วนของวินมอเตอร์ไซต้องเริ่มต้นจากปัญหาในส่วนที่ยังมีส่วนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสามารถเข้ามาจดทะเบียนได้ ส่วนหาบเร่จะเพิ่มจุดผ่อนผันและปรับการทำงานให้ดี และเปิดทางเลือกเรื่องประกันสังคม ถ้าหากการสมทบเงินตามมาตรา 40 ของประกันสังคมที่ครอบคลุมสิทธิทั้งหมดราคาแพงเกินไป ก็ยากให้เปิดทางเลือกว่าให้สมทบเงินน้อยกว่านั้น แต่ไม่เอาสิทธิบางตัว เช่น เรื่องชราภาพ และให้ใชสิทธิชราภาพผ่านกองทุนเงินออม โดยในวันที่ 7 ธ.ค.จะไปเยี่ยม แต่จะปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 17 ธ.ค.
นายกฯ ยังระบุเจาะจงถึงกลุ่มหาบเร่แผงลอยในเรื่องของจุดผ่อนผันว่า จุดผ่อนผันนั้นมีตัวเลขอยู่ กำลังไปไล่ดูอีกครั้ง ซึ่งน่าจะมีมากกว่า 2,000 จุดซึ่งกำลังตรวจสอบรายชื่อ แต่ที่ตนให้นโยบายเพิ่มคือเริ่มมีการศึกษาจากกทม. ก่อน แต่จะมีการศึกษาทั่วประเทศไม่ใช่แค่กทม. ทั้งนี้บางเรื่องหากได้ข้อสรุปในวันที่ 17 ธ.ค.ก็ทำได้เลย สำหรับ ไก่ ไข่ หมู จะได้เป็นครั้งแรกที่เราวิเคราะห์โครงสร้างของต้นทุนมาได้ ว่าปัญหาที่มีความรู้สึกว่ามันแพงมันอยู่ที่ไหน และมีอะไรที่เราทำได้บ้าง รวมถึงที่ผ่านมากลไกที่เรามีอยู่ ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เช่น กฎหมายแข่งขันทางการค้า เพราะฉะนั้นข้อเสนอตรงนี้จะเข้ามา และจะให้ไปดูเรื่องค่าครองชีพที่เป็นระบบ เพราะที่ผ่านมาเราจะมีมาตรการเฉพาะหน้าเท่านั้น
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้เสนอหลักคิดว่า ต่อไปนี้ ก๊าซธรรมชาติเป็นของคนไทย ดังนั้นก๊าซครัวเรือนจะต้องขายคนไทยได้ในราคาที่เราเห็นว่าเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องอิงกับตลาด และข้อมูลที่เสนอมาก็ยังยืนยันอยู่ว่าถ้าเราบริหารให้ดี เราสามารถตรึงราคาก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือนได้ โดยสามารถลดการอุดหนุนจากรัฐได้ด้วย และจะนำประโยชน์จากการอุดหนุนดังกล่าวไปลดราคาน้ำมัน
“เราจะแยกว่าก๊าซที่เรานำมาใช้ชาวบ้านใช้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และก๊าซที่ใช้ในทางการผลิตก็ให้จ่ายในราคาตลาด ถ้าทำอย่างนี้ก็จะสามารถได้ตามเป้าหมายคือก๊าซสำหรับประชาชนจะสามารถตรึงราคาได้ โดยรัฐไม่ต้องเสียเงินภาษีอากรหรือเงินกองทุนน้ำมันเข้าไปอุดหนุนก็เข้าไปลดราคาน้ำมันได้ ส่วนภาคขนส่งกำลังดูตัวเลขอยู่ แต่คิดว่าน่าจะอยู่ที่ภาคครัวเรือนได้ ที่จริงก๊าซ LPG เราตรึงอยู่ และที่ผ่านมาจะมีแรงกดดันจากหน่วยงานตลอดว่าจะต้องปล่อย แต่วันนี้เราได้ข้อสรุปคือมันไม่มีความจำเป็นเลย มันตรึงได้ และลดภาระของรัฐบาลและประชาชนที่ใช้น้ำมันได้ด้วย” นายกฯ กล่าว



