ข่าว

พธม.เลื่อนม็อบใหญ่11ธ.ค.เป็น25ม.ค.

พธม.เลื่อนม็อบใหญ่11ธ.ค.เป็น25ม.ค.

03 ธ.ค. 2553

อภิสิทธิ์ยังประสานพธม.ต่อแต่ไม่ใช่สนธิ ขณะที่ พธม.เลื่อนชุมนุมใหญ่เป็น 25 ม.ค.ศกหน้า ปักหลักพักค้าง ถ.ราชดำเนิน หน้า บก.ทบ.พร้อมยกระดับเรียกร้องรัฐบาลถอนตัวจากอนุสัญญามรดกโลก ยกเลิกเอ็มโอยู.43 พร้อมเอกสารประกอบทั้งหมด ลั่นชุมนุมยาวจนกว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่

      เมื่อเวลา 12.20 น.วันนี้(3ธ.ค.)ที่บ้านพระอาทิตย์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้แถลงมติที่ประชุมแกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งสรุปได้ว่า จะมีการเลื่อนการชุมนุมใหญ่จากวันที่ 11 ธ.ค.ไปเป็นวันที่ 25 ม.ค.2554 เวลา 10.00 น.ที่ถนนราชดำเนินนอก ด้านกองบัญชาการกองทัพบก
      
        พล.ต.จำลองกล่าวว่า การเลื่อนการชุมนุมดังกล่าวก็เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่พันธมิตรฯ เคยเรียกชุมนุมด่วนเมื่อวันที่ 2 พ.ย.เนื่องจากรัฐบาลได้นำญัตติการรับรองบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนไทย-กัมพูชา(เจบีซี)เข้าสภา ทั้งที่ยังมีน้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ ซึ่งเราเห็นว่าถ้ารัฐสภาเห็นชอบ เราจะเสียดินแดนทันที เราจึงชุมนุมคัดค้าน ทำให้รัฐบาลยอมเลื่อนการพิจารณาไปก่อน แต่เราเห็นว่าการเลื่อนไม่ใช่การแก้ปัญหา จึงเรียกร้องให้ถอนญัตติออกไป ไม่เช่นนั้นจะนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 11 ธ.ค. ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือนเศษ รัฐบาลก็ไม่ยอมถอน
      
        พล.ต.จำลองกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่า วันที่ 11 ธ.ค.เพิ่งจะผ่านการฉลองวันมหามงคล 5 ธันวาคม ไปไม่นาน และเราอยากจะให้เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งความสุข และภาคใต้ยังมีน้ำท่วม เราจึงกำหนดวันชุมนุมใหม่เป็นวันที่ 25 ม.ค.ปีหน้า และหลังจากนี้ เราจะเดินสายทั่วประเทศเพื่อให้ความรู้ประชาชน ให้ตระกว่าถ้าเราอยู่เฉยๆ เราจะเสียดินแดนให้เขมรเป็นพื้นที่ทางบก 1.8 ล้านไร่ และเสียทรัพยากรทางทะเลอีกจำนวนมาก
      
        พล.ต.จำลองย้ำว่า ขอยืนยันเจตนารมณ์เดิมว่า การปกป้องไม่ให้เสียดินแดนนั้นไม่มีวิธีใดดีไปกว่าการชุมนุมกดดันให้รัฐบาลทำหน้าที่ โดยในวันที่ 25 ม.ค. เราจะเรียกร้องให้รัฐบาลถอนตัวจากอนุสัญญามรดกโลก ยกเลิกเอ็มโอยู.2543 พร้อมยกเลิกเอกสารประกอบทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลสามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ทำ เราจำเป็นต้องชุมนุมใหญ่ เพราะในชั่วอายุของเรา ไม่มีอะไรร้ายแรงเท่ากับการที่เราจะเสียดินแดนให้เขมรอีกแล้ว วันที่ 25 ม.ค.เราจะชุมนุมเต็มที่ มีการปักหลักพักค้างเพิ่มจำนวนคนให้มากกว่าเดิม เพื่อให้รัฐบาลทำหน้าที่ให้ได้ ถ้ายังไม่ทำเราก็จะชุมต่อไปไม่เลิก

อภิสิทธิ์ยังประสานพธม.ต่อแต่ไม่ใช่สนธิ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่ากลุ่มพธม.เขาตัดสินใจอย่างไร แต่ขณะนี้ก็พยายามมีการประสานข้อมูลระหว่างกันมากกว่าว่าเรื่องที่พธม.ห่วงใย เช่น เรื่องของมาตรา 190 หรือเรื่องของเจบีซี หรือเรื่องสภาพในพื้นที่กัมพูชาเราทำอะไรอยู่ ตรงนี้ก็จะต้องประสานต่อเนื่องกันต่อไป

 เมื่อถามว่าแต่วันนี้มีข้อเรียกร้องเพิ่มเติมให้รัฐบาลถอนตัวจากมรดกโลกด้วย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่จำเป็นเพราะขณะนี้ที่ผ่านมา 2 ปี ถือว่ามรดกโลกเขาก็ได้รับฟังทางไทย ถ้าเขาไม่รับฟังป่านนี้ก็คงอนุมัติแผนการบริหารของกัมพูชาไปแล้ว ในเมื่อมรดกโลกยังรับฟังเราและดูแนวโน้มเข้าใจเรามากขึ้นโดยลำดับก็คิดว่ายังไม่ควรไปพูดเรื่องการถอนตัว เพราะขณะนี้เขารับฟังเรามากขึ้น

 “การที่เราสามารถมีเวทีที่หลากหลาย ทำให้ประเทศต่าง ๆ เข้าใจเรามากขึ้นมันเป็นประโยชน์กับเราแต่ถ้ามีการไปทำอะไรมากระทบกระเทือนกับผลประโยชน์ของเราก็เป็นอีกเรื่อง ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าการที่พธม.ยกเลิกการชุมนุมในวันที่ 11 ธ.ค.ออกไปแล้วยังจำเป็นต้องประสานพูดคุยกับแกนนำต่อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการประสานกันก็ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง ประเด็นต่างๆที่มีข้อห่วงใยไม่ใช่แค่กลุ่มพธม.อย่างเดียวกลุ่มอื่นด้วยก็มีความพยายามประสานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเข้าใจ

 เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ายังจะนัดหารือกับแกนนำ พธม.ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะเป็นในรูปแบบไหนยังไม่ทราบ แต่การสื่อสารเรื่องข้อมูลนั้นมีความจำเป็น

 เมื่อถามว่าแต่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำ พธม.ระบุว่าไม่ตอบรับการนัดหมายของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมก็ยังไม่ได้นัดกับท่าน ก็ไม่ต้องมาตอบรับอะไร เป็นการประสานงานกันเฉยๆ ยอมรับว่ามีการประสานงานกันว่าจะพบกันหรือไม่อย่างไร ผมก็เห็นว่าถ้าได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลกันก็ดี แต่ผมยังไม่ได้นัดเจาะจงใครเป็นการเฉพาะ ”

 เมื่อถามถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 10 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การชุมนุมของ นปช.ในวันที่ 10 ธ.ค.ในส่วนของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) คงจะต้องมีเจ้าหน้าที่ไปคุยกับทางแกนนำ ส่วนประเด็นความห่วงใยของ นปช.เป็นเรื่องที่อาจจะต้องดูว่ามีความเหมาะสมที่จะพูดคุยหรือไม่อยางไรในบางประเด็น ก็กำลังคิดอยู่เพราะนปช.เพิ่งเปลี่ยนแปลงผู้นำ

 ต่อข้อถามว่าเพื่อคลี่คลายบรรยากาศจะมีการเร่งคดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ที่ดูก็คือเรื่องของการช่วยเหลือทางกฎหมายกับเรื่องการประกันตัว อยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่

 เมื่อถามว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กมส.) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำ นปช.เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่ขณะนี้สิ่งที่ตนให้ดำเนินการคือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม หากมีประเด็นในการสนับสนุนการดำเนินการเพื่อที่จะให้มีการประกันตัวเราก็จะนำเสนอ ขณะนี้กำลังเร่งทำอยู่ทั้งกระทรวงยุติธรรม ตำรวจ และฝ่ายการเมือง

 เมื่อถามว่าผลการตรวจสอบของ กมส.สรุปว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผู้ชุมนุม และจะขอเชิญให้นายกรัฐมนตรีไปให้ข้อมูลกับทาง กมส. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ต้องให้ความร่วมมืออยู่แล้วถ้าประสงค์จะได้ข้อมูลอะไร หรือมีประเด็นอะไร เพราะที่ผ่านมาทุกกรณีที่ กมส.รายงานมาเราก็ให้ความสำคัญ และไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการเมืองเท่านั้น เรื่องที่ทำกินและเรื่องอื่นๆเห็นว่า ครม.มีมติไปหลายเรื่องซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีการทำเลย ยืนยันว่าทุกเรื่องเราพร้อมให้ความร่วมมือ

 เมื่อถามว่าการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบวันนี้ทำได้ 100%   หรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความจริงก็มีการดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง และหากมีตรงไหนที่เห็นว่าบกพร่องและมีการนำเสนอมาเราก็จะพิจารณาให้ทั้งหมด

 เมื่อถามว่ากลุ่มนปช.ประกาศจะชุมนุมในวันที่ 10 ธ.ค. แต่ในวันที่ 9 ธ.ค. เป็นวันที่ศาลนัดพร้อมในส่วนของคดีเงินบริจาค 258 ล้าบาท ช่วงจังหวะเวลาที่คาบเกี่ยวจะทำให้เกิดปัญหาอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี   กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ คงต้องไปดูแผนการชุมนุมและแผนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.เป็นอย่างไร ซึ่งในวันที่ 10 ธ.ค.เป็นวันรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ศาลนัดวันที่ 9 ธ.ค.นั้นก็เป็นไปตามกระบวนการปกติ เพราะคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทนั้นก็ได้ให้ทั้งสองฝ่ายได้เสนอคำแถลงการณืหรือคำแก้ไปแล้ว แต่การพิจารณาก็ต้องรอให้คดีเงิน 29 ล้านบาทเสร็จ หลังจากนั้นก็จะมาทำคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทต่อ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

 เมื่อถามว่าไม่คิดจะเป็นแรงกดดันซึ่งกันและกันหรือนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงไม่ควรจะเกี่ยวกัน

นปช.เมินยันทำตามสิทธิ์รำลึกรธน.-8เดือนผ่านฟ้า

            นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ รักษาการโฆษกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติให้สัมภาษณ์ถึการเตรียมพร้อมการชุมนุมของกลุ่มนปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่10 ธค.ว่า ยืนยันว่าคนเสื้อแดงจะจัดการชุมนุมในวันที่ 10 ธค.ตามกำหนดการเดิมแน่นอน โดยจะนัดรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17.00 น. ถึง 20.00 น. เท่านั้น โดยเป็นกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ 8 เดือนผ่านฟ้า  78 ปีรัฐธรรมนูญ เนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ   ในรูปแบบการจุดเทียน ปล่อยนกพิราบแต่ไม่ได้มีการตั้งเวทีปราศรัย ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 20.00 น.ผู้ชุมนุมก็จะแยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างสงบ    

 อย่างไรก็ตามแม้ว่าขณะนี้จะมีท่าทีต่อต้านจากทางรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมของกลุ่มนปช.แต่ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.จะเป็นไปโดยสงบสันติและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 และถือเป็นการชุมนุมครั้งแรกภายใต้การนำของแกนนำนปช.ชุดใหม่ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังต้องการให้บ้านเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าที่เป็นอยู่

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดวันนี้ 3 ธค.กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเลื่อนการชุมนุมไปจัดการชุมนุมในในที่ 25 มกราคมแทนเนื่องจากมองว่าตรงกับเดือนมหามงคลการจัดชุมนุมจึงไม่เหมาะสม นายวรวุฒิกล่าวว่า เบื้องต้นรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีการติดต่อมาให้กลุ่มนปช.ยกเลิกการชุมนุม แต่เรายืนยันว่าเป็นการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันธรรมนูญ โดยสงบ ซึ่งเป็นกิจกรรมตามปกติและตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญหากรัฐบาลกังวลในสถานการณ์ก็อาจให้เจ้าหน้าที่จัดกำลังหรือรัฐกระจายเสียงมาดูแลสถานการณ์ก็ได้ ส่วนกรณีกลุ่มพันธมิตรฯนั้นตนมองว่าอาจมีเหตุผลอื่นที่กลุ่มพันธมิตรฯคงกลัวว่าคนจะมาร่วมชุมนุมน้อย จึงต้องเลื่อนออกไปมากกว่า

            เมื่อถามว่า กรณีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำนปช.ซึ่งหนีไปต่างประเทศออกมาสื่อสารผ่านเว็บไซต์ ปลุกระดมประชาชนและบอกว่าจะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นสู้  รักษาการโฆษกนปช.กล่าวว่า คงต้องหารือในที่ประชุมแกนนำนปช.ถึงประเด็นนี้ก่อน เพราะนายอริสต์มันต์ก็เป็นอดีตแกนนำนปช.ที่มีข้อมูล จึงน่ารับฟังเพราะเท่าที่แกนนำนปช.ประเมินก็เชื่อว่าคนบางกลุ่มไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรืออาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการทำรัฐประหารอีก ส่วนประเด็นเรื่องรัฐบาลพลัดถิ่นเป็นเรื่องที่ไกล คงต้องประเมินองค์ประกอบอีกหลายส่วน