ข่าว

ก.ล.ต.ชี้ปชช.ขาดความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

ก.ล.ต.ชี้ปชช.ขาดความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

03 ธ.ค. 2553

ก.ล.ต.ชี้ประชาชนยังขาดความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความรู้ความเข้าใจในการลงทุนของประชาชนปี 2553 พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองหาทางเลือกในการลงทุน แต่ยังไม่มีความเชื่อมั่น เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และพบอีกว่าผู้ที่ลงทุนในปัจจุบันบางส่วนยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินไม่ถูกต้อง

 โดยการสำรวจดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อให้ทราบถึงความรู้ความเข้าใจของประชาชนและผู้ลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดทุนว่าอยู่ในระดับที่สามารถปกป้องประโยชน์ของตนเองได้มากน้อยเพียงใด โดย ก.ล.ต. จะนำผลที่ได้มาใช้เป็นแนวทางการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานด้านการให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ลงทุนต่อไป

 ทั้งนี้ จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศทั้งสิ้น 966 คน มีทั้งผู้ลงทุนปัจจุบัน, ผู้ที่คาดว่าจะลงทุนในอีก 12 เดือนข้างหน้า และผู้ที่เคยลงทุน พบว่ากลุ่มตัวอย่างกำลังมองการลงทุนในตลาดทุนเป็นทางเลือกที่จะให้ผลตอบมากกว่าการฝากเงินกับธนาคาร แต่ยังไม่มีความมั่นใจในการลงทุน คิดว่าตนยังขาดความรู้ในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ โดย 60% ของกลุ่มตัวอย่างผู้ลงทุนในปัจจุบันตอบว่า มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตนเองลงทุนเพียงระดับหนึ่ง แต่ก็รู้จักสิทธิของผู้ลงทุนรวมทั้งสามารถดูแลตนเองได้

 สำหรับคำถามที่ทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินพบว่า กลุ่มตัวอย่างของผู้ลงทุนปัจจุบันยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยง เช่น 38% เข้าใจว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง และที่น่าสนใจคือ ประมาณครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างผู้ลงทุนในปัจจุบันไม่สนใจอ่านเอกสารประกอบการลงทุน และ 61% ไม่ใช้สิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีของบริษัทที่ตนเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ รวมทั้งมีเพียง 4% ของผู้ไม่เข้าร่วมประชุม ที่ใช้การมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นแทน

 สำหรับกลุ่มตัวอย่างผู้ที่คาดว่าจะลงทุนเร็ว ๆ นี้ พบว่า มีความสนใจที่จะลงทุนในกองทุนรวมถึง 60% และอีก 33% สนใจลงทุนในหุ้น แต่กว่า 60% ตอบว่ายังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยจะศึกษาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจก่อนลงทุน และ 86% ของกลุ่มนี้จะตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง แต่ยังคงต้องการข้อมูลและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญการลงทุนและผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน โดยทั้งผู้ลงทุนในปัจจุบันและผู้ที่คาดว่าจะลงทุนเร็ว ๆ นี้ ส่วนใหญ่พึ่งพาข้อมูลจากผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนและพนักงานธนาคารในการตัดสินใจลงทุน