ข่าว

"รัสเซีย-กาตาร์"เจ้าภาพจัดบอลโลก2018-2022

"รัสเซีย-กาตาร์"เจ้าภาพจัดบอลโลก2018-2022

04 ธ.ค. 2553

อังกฤษอกหักโดนเมินเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 2018 หลังการโหวตจากคณะกรรมการฟีฟ่า ยกให้รัสเซีย ซิวตำแหน่งเจ้าภาพไปครอง หลังเจ้าภาพใหม่นำเสนอเรื่องอนาคตและยุโรปตะวันออกยังไม่เคยจัดฟุตบอลโลก ส่วนกาตาร์เสนอบอลโลกสีเขียวคว้าเจ้าภาพ 2022

 การลงคะแนนเสียงเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2018 กับ 2022 โดยการลงคะแนนลับของ 22 คณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ที่ศูนย์นิทรรศการเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม นำโดย โจเซฟ แบลตเตอร์ ประธานฟีฟ่า ซึ่งในช่วงเช้าเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนการโหวต คือการนำเสนอของทั้ง 4 ตัวแทนที่เสนอตัวในปี 2018 คือ อังกฤษ, สเปน กับ โปรตุเกส, เบลเยียม กับ ฮอลแลนด์ และ รัสเซีย

 การนำเสนอของอังกฤษประกอบไปด้วย เจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์ ประธานสมาคมฟุตบอล, เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรี, เดวิด เบ็คแฮม รองประธานการเสนอตัว, แอนดี แอนสัน ซีอีโอ อังกฤษ 2018 และ เอ็ดดี อเฟคาเฟ ทูตอังกฤษ 2018 มีจุดเด่นที่ว่า อังกฤษเป็นชาติกำเนิดของฟุตบอล มีความพร้อมทุกด้าน และนักเตะที่ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกก็เป็นนักเตะจากทั่วโลกอยู่แล้ว จึงหวังว่าผู้เล่นเหล่านี้จะมารวมตัวกันอีกครั้งในฟุตบอลโลก

 ขณะที่ รัสเซีย คู่แข่งสำคัญ นำเสนอโดย อิกอร์ ชูวาลอฟ รองนายกรัฐมนตรี, อเล็กเซ โซโรคิน ประธานกรรมการรัสเซีย 2018, อังเดร อาร์ชาวิน กัปตันทีมชาติ นำเสนอจุดเด่นในเรื่องความสวยงามของประเทศ ศิลปวัฒนธรรม การเดินทางที่สะดวก และที่สำคัญคือ มีการเปรียบเทียบว่ายุโรปตะวันตกจัดฟุตบอลโลกรวมกันมาแล้ว 10 ครั้ง ขณะที่ฝั่งตะวันออกที่มีประชากรรวมกว่า 400 ล้านคนเท่าๆ กัน ยังไม่เคยจัดฟุตบอลโลกแม้แต่ครั้งเดียว รวมทั้งหากเลือกรัสเซียเป็นเจ้าภาพก็เหมือนกับเลือกอนาคต

 ไอบีเรียน 2018 เป็นการรวมตัวกันของ สเปน กับ โปรตุเกส มีผู้นำเสนอประกอบด้วย ชูเซ โซคราเตส นายกรัฐมนตรีโปรตุเกส, โฆเซ ซาปาเตโร หัวหน้ารัฐบาลสเปน, จิลแบร์โต มาดิล รองประธานไอบีเรียน 2018, มิเกล อังเคล โลเปซ ผู้อำนวยการจัดการ และเปโดร มูรินโญ พิธีกรโครงการ เป็นการเน้นเรื่องความพร้อมที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มมากนัก ไม่ว่าจะเป็นสนาม การคมนาคม โรงแรมที่รับผู้คนได้ 1 ล้านห้อง มีเบสแคมป์นำเสนอ 82 แห่ง และเป็น 2 ชาติที่มีวิญญาณฟุตบอลมายาวนาน และ สเปน ก็เพิ่งจะเป็นแชมป์โลกมาหมาดๆ นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวแล้วว่า นัดเปิดสนามจะมีขึ้นที่ คัมป์นู และนัดชิงชนะเลิศจะจัดที่ซานติอาโก เบอร์นาบิว ขณะที่รอบรองชนะเลิศจะเป็นที่ บาเลนเซีย และลิสบอน

 เบลเยียม-ฮอลแลนด์ 2018 เป็นการนำเสนอเรื่องตัวบุคคลเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้อดีตนักเตะดังและโค้ชเป็นคนออกมาพูดหาเสียง ประกอบด้วย รุด กุลลิท ประธานการเสนอตัว, โยฮัน ครอยฟ์ ทูตการเสนอตัว, ฌอง มารี ฟัฟฟ์ ทูตการเสนอตัว, กุส ฮิดดิงค์ ทูตการเสนอตัว และพอล ฟาน ฮิมส์ท ทูตการเสนอตัว ทุกคนอยู่ภายใต้คำขวัญที่ว่า "ความร่วมมือสู่สุดยอดเป้าหมาย" โดยมีเทปที่ ฌอง มารี พัฟฟ์ อดีตนายทวารทีมชาติชุดฟุตบอลโลก 1986 เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้หลังจบศึกที่เม็กซิโกว่า อีก 32 ปีข้างหน้าฟุตบอลโลกควรจะมาที่เบลเยียม ซึ่ง 32 ปี ในตอนนั้นก็เท่ากับปี 2018 พอดี

 การโหวตรอบแรกมีข่าวลือออกมาก่อนว่า อังกฤษ ตกเพียงแค่รอบนี้ และสุดท้ายหลังจากที่ โจเซฟ แบลตเตอร์ ประธานฟีฟ่า ได้ออกมาประกาศผลอย่างเป็นทางการ ผลปรากฏว่าตัวเต็งอย่าง รัสเซีย ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในปี 2018 โดยคาดว่าจะได้คะแนนมาจากการนำเสนออนาคตใหม่ของรัสเซีย และภูมิภาคยุโรปตะวันออกยังไม่เคยจัดฟุตบอลโลกมาก่อน ซึ่งหลังจากที่ผลออกมา เดวิด คาเมรอน ผู้นำอังกฤษรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เนื่องจากการวิเคราะห์ของทีมเทคนิคฟีฟ่าพวกเขาคือชาติที่ดีที่สุด ขณะที่เจ้าชายวิลเลียมยอมรับว่าผิดหวังมาก เพราะได้เตรียมงานอย่างแข็งแกร่งที่สุดแล้ว แต่ก็ขอให้ฟุตบอลโลกประสบความสำเร็จในรัสเซีย

 ขณะที่การเลือกเจ้าภาพปี 2022 ที่มีชาติอย่าง ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, สหรัฐ และ กาตาร์ เสนอตัวเข้ามา เป็น กาตาร์ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการฟุตบอลโลกเมื่อเป็นชาติอาหรับ ตะวันออกกลาง และมุสลิมชาติแรกที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก โดย กาตาร์ ให้สัญญาว่าจะเป็นฟุตบอลโลกสีเขียวลดก๊าซคาร์บอน ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการปรับอุณหภูมิในสนามให้สบายๆ อยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส ด้วยเทคโนโลยีทำความเย็นยุคใหม่ เนื่องจากสภาพอากาศช่วงฟุตบอลโลกจะมีความร้อนสูงถึง 50 องศาเซลเซียส