ข่าว

ตะครุบตัว...แขกปากีสถานขาย"พาสปอร์ต"หนุนก่อการร้าย

ตะครุบตัว...แขกปากีสถานขาย"พาสปอร์ต"หนุนก่อการร้าย

03 ธ.ค. 2553

ผู้ต้องสงสัยการก่อการร้าย “มูฮัมหมัด อัทเธอร์ บัตต์" ถูกไล่ล่าตามจับ หลังทราบข่าวเครือข่ายก่อการร้ายที่ลอบก่อเหตุหลายครั้งในประเทศสเปน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ถูกจับกุมในหลายประเทศของทวีปยุโรป!!

ทันทีที่ มูฮัมหมัด อัทเธอร์ บัตต์ หรือ "โทนี่" อายุ 42 ปี สัญชาติปากีสถาน เริ่มระแคะระคายถึงภัยร้ายที่จะมาถึงตัว จึงชักชวน น.ส.สิริกัลยา กิจบำรุง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/10 หมู่ 10 แขวงบางแค เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเพื่อนสาวหลบหนี โดยใช้รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ หมายเลขทะเบียน ชภ 2910 กรุงเทพมหานคร ขับออกจากที่พักย่านราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ความเคลื่อนไหวของ มูฮัมหมัด อัทเธอร์ บัตต์ ทำให้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักงานกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ต้องรายงานด่วนไปยัง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ก่อนประสานงานกับชุดสืบสวนของ พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม., พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม., พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก., พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผบช.ก., พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวนเริ่มปฏิบัติการไล่ล่า เริ่มแรกชุดสืบสวนทำงานด้วยความยากลำบาก โดยไม่แน่ชัดว่า มูฮัมหมัด อัทเธอร์ บัตต์ หลบหนีไปยังปลายทางที่ใด จึงต้องระดมสายข่าวช่วยสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งทราบว่า ช่วงสายของวันที่ 30 พฤศจิกายน ผู้ต้องสงสัยน่าจะหลบหนีออกไปทางแนวชายแดนไทย-ลาว ด้าน จ.หนองคาย ชุดสืบสวนจึงประสานงานไปยัง พ.ต.อ.สิทธิ์ ศิริกังวาลกุล ผกก.ตม.หนองคาย จัดชุดสืบสวนเฝ้าสังเกตตามด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพ เพียงไม่นานนัก มูฮัมหมัด อัทเธอร์ บัตต์ และ น.ส.สิริกัลยา เดินทางมายื่นหนังสือเดินทางของประเทศไทยเลขที่ k759189 และหนังสือเดินทางของประเทศปากีสถาน เลขที่ kg883193 ที่ช่องตรวจเพื่อขอเดินทางออกนอกประเทศไปยังประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงเชิญตัวมาสอบถาม และจากการสอบสวนและตรวจค้นภายในรถยนต์ฮอนด้า รวมถึงภายในกระเป๋าถือลายสีน้ำตาลของ น.ส.สิริกัลยา พบหนังสือเดินทางของบุคคลสัญชาติอื่นหลายเล่ม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติประเทศสเปน ได้ประสานมายังทางการของประเทศไทยให้สืบสวนสอบสวนจับกุมขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตพาสปอร์ตปลอม ส่งไปขายให้กลุ่มก่อการร้ายใช้เดินทางเข้าไปก่อเหตุวินาศกรรมในประเทศสเปน “ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีพฤติกรรมขโมยหนังสือเดินทางของชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศสเปน และประเทศในแถบยุโรป เมื่อคนร้ายได้หนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างๆ จะส่งผ่านทางวัสดุไปรษณีย์มาที่จุดหมายปลายทางประเทศไทย เพื่อผ่าเล่มพาสปอร์ตส่งไปขายให้แก่กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ในกลุ่มชาวเอเชียใต้ โดยเฉพาะชาวปากีสถาน ชาวบังกลาเทศ ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย โดยนำหนังสือเดินทางจริงบางส่วนมาผสมรวมหรือยำกับของปลอม อาทิ รูปภาพของลูกค้าที่ต้องการจะทำหนังสือเดินทางปลอม เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สาม กลุ่มต่างๆ ที่ใช้พาสปอร์ตปลอมเหล่านี้พบว่า มีความเชื่อมโยงกับขบวนการก่อการร้าย การทุจริตบัตรเครดิต การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ และการลักลอบเข้าเมือง" นายธาริต ระบุ นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังขยายผลการจับกุมไปยัง ซีชาน อัชซาน บัตต์ อายุ 27 ปี สัญชาติปากีสถาน น้องชายของนายมูฮัมหมัด ภายในบ้านพักย่านราษฎร์บูรณะ พร้อมของกลางเป็นตราประทับเดินทางเข้าออก ตราประทับและตราประทับวันที่ ตู้อบไฟแบล็กไลท์ขนาดใหญ่ ตม.สุวรรณภูมิ คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง เครื่องปริ๊นเตอร์ 2 เครื่อง หนังสือเดินทางต่างประเทศ แผ่นหน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง แผ่นวีซ่าสติ๊กเกอร์ประเทศยุโรป อังกฤษ จีนจำนวนมาก เครื่องเคลือบบัตรสำหรับรีดหน้าสติ๊กเกอร์ แผ่นพลาสติก ลามิเนท สำหรับทำหนังสือเดินทาง แผ่นสติ๊กเกอร์ตรานูนของประเทศต่างๆ หลักฐานการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งทำเอกสารปลอมทางอีเมล ภาพถ่ายใบหน้าบุคคลชาวต่างชาติ ขนาด 2 นิ้ว ใบขับขี่ของประเทศอังกฤษ และแบบฟอร์มเปล่าสำหรับการทำใบขับขี่ของประเทศอังกฤษ โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์จำนวนมาก อุปกรณ์ปลอมแปลงเอกสาร กล่องพัสดุไปรษณียภัณฑ์ของประเทศสเปนกว่า 1,000 รายการ