
เชื่อรัฐทยอยออกมาตรการสกัดฟองสบู่อสังหาฯ
"ประดิษฐ์" ชี้ดอกเบี้ยขยับไม่กระทบตลาดอสังหาฯ คาดยังมีความต้องการซื้อบ้านอีกมาก ด้าน "อนันต์" เชื่อรัฐทยอยออกมาตรการคุมสินเชื่อบ้านสกัดฟองสบู่ ระบุอาจเห็นเงินดาวน์อสังหาฯ อีก 1-2 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 15-20%
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนาอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไทย ว่า กรณีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอัตรา 0.25% นั้น ไม่อยากให้ตลาดและประชาชนตื่นตระหนกว่าฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์อาจกำลังจะแตก เพราะการขึ้นดอกเบี้ยเป็นมาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุ จากที่ประเทศไทยเคยมีประสบการณ์จากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 โดยเป็นการดูแลตามปกติให้เศรษฐกิจมีความมั่นคง
การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ ไม่น่าจะกระทบความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนมากนัก และเชื่อว่าตลาดจะเข้าใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยดูแลให้เศรษฐกิจและประเทศได้ประโยชน์สูงสุด
นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เซกเมนท์กลางถึงล่างใหญ่มาก ขณะนี้ผู้ประกอบการทุกรายลงมาเล่นหมด เฉพาะ 5 รายใหญ่ มีแผนลงทุนใหม่และสต็อกรวมกันกว่า 2 หมื่นยูนิต หากดูทั้งตลาดแล้วมีกว่า 1 แสนยูนิต ส่วนลูกค้าก็ดึงเอากลุ่มคนที่เคยเช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์มาทั้งหมด จากตัวเลขที่เห็นอยู่ตอนนี้ สามารถทำนายได้ว่า ภายในอีก 2-3 ปีตลาดจะซบเซา เมื่อลูกค้ากลุ่มที่ว่าเริ่มมีบ้านในครอบครองกันหมดแล้ว
ส่วนแนวโน้มปี 2554 จะเป็นปีที่ลำบากสำหรับภาคอสังหาฯ เพราะสัญญาณที่รัฐบาลออกมาคุมสินเชื่อบ้านด้วยมาตรการคุมสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน และดาบสองคือแนวดอกเบี้ยที่กำลังจะปรับขึ้น เชื่อว่าปีหน้าอาจจะเห็นดาบ 3 ดาบ 4 ตามมาสกัดการเติบโตและฟองสบู่อสังหาฯ และในอนาคตอีก 1-2 ปี เราอาจจะเห็นเงินดาวน์อสังหาฯ กลับมา 15-20% ก็เป็นได้
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลหลังจากนี้คือ เมื่อบ้านและคอนโดมิเนียมราคาต่ำลง ประชากรเริ่มมีบ้านกันไปกว่า 80% แล้ว ราคาบ้านก็จะเริ่มลดลง ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีต้นทุนต่ำ และกำลังการผลิตสูง จะคงความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ แต่รายย่อยจะอยู่ไม่ได้



