ข่าว

ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน

ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน

03 ธ.ค. 2553

“ดุจ “แสงเทียน” ส่องสว่างอยู่กลางหน ให้ชนพ้นมืดมนและหม่นหมอง คืออุทัย “ใกล้รุ่ง” อันเรืองรอง ซึ่งสาดส่องพื้นหล้าเบิกตาวัน

คือ “สายฝน” พรายพรากจากฟากฟ้า
  ให้มวลหมู่พฤกษาพาสุขสันต์
  คือ “คำหวาน” ไพเราะเสนาะกรรณ
  กล่อม “เทวาพาคู่ฝัน” อันอิ่มเอม

  แม้ “ลมหนาว” หนาวเหน็บจนเหน็บหนาว
  อุ่นอกผ่าวด้วย “ฝัน” พลันเกษม
  จะยิ้มสู้ผองภัยใจปรีดิ์เปรม
  ต่อสู้เกม “ชะตาชีวิต” ทุกทิศทาง

  จะยึดถือ “ความฝันอันสูงสุด”
  เพื่อมวลหมู่มนุษย์ในโลกกว้าง
  “เราสู้” หมู่ผองภัยให้มล้าง
  เพื่อสรรค์สร้างแดนไทย “ไกลกังวล”

  เพราะ “แผ่นดินของเรา” เราจึงรัก
  และปกปักสืบสานอนุสนธ์
  เทิดทูนองค์พระประมุขภูมิพล
  ในดวงใจไทยทุกคน นิรันดร”
  
  ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

 บทอาเศียรวาทข้างต้น ผมได้ประพันธ์ในนามของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เนื่องในวาระวันเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2553 โดยอัญเชิญชื่อบทเพลงพระราชนิพนธ์ส่วนหนึ่งมาร้อยเรียง เพื่อเทิดทูนพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 “แสงเทียน” เป็นเพลงแรกที่ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อปี พ.ศ.2489 ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์คำร้อง โปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลงในปี 2496 โดยครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ร้อง ส่วน “ใกล้รุ่ง” ก็ทรงพระราชนิพนธ์ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยพระราชทานทำนองให้ ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ไปประพันธ์คำร้องภาษาไทยโดยมิได้กำหนดพระราชประสงค์ ซึ่ง ศ.ดร.ประเสริฐได้แรงบันดาลใจจากได้ยินเสียงไก่ข้างบ้านขัน

 "สายฝน” เป็นเพลงที่ 3 ที่ทรงพระราชนิพนธ์ ทรงเล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่า “...คืนวันนั้นที่แต่งเพลงเพราะว่าเข้านอนแล้วฟังวิทยุ มันเกิดครึ้มใจ ก็ปิดวิทยุ แล้วเอาเศษกระดาษมาขีดๆ แล้วก็จดไว้...แล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปเคาะที่เปียโน ซึ่งมีเปียโนหลังหนึ่งที่โปเก เสียงก๊องๆ แก๊งๆ ไม่ได้เรื่อง แต่ก็เคาะไป แล้วก็เรียบเรียงส่งไปให้ ม.จ.จักรพันธุ์เพ็ญศิริ...” สำหรับ “คำหวาน” เป็นเพลงในระยะแรกที่เสด็จนิวัตพระนคร ในปี พ.ศ.2493 และ “เทวาพาคู่ฝัน”  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ประพันธ์คำร้องถวาย ทรงบันทึกว่าตอนนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มรู้จักชอบพอกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่ประทับอยู่ห่างกัน แต่ในพระราชหฤทัยทั้งสองพระองค์ก็ทรงหวังให้เทวาพาคู่ฝันมาให้

 "ลมหนาว” เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเสด็จนิวัตมาประทับที่พระนครเป็นการถาวรแล้ว และโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลงนี้ให้สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษนำไปแสดงในงานประจำปีของสมาคม สำหรับเพลง “ฝัน” ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลง ‘Somewhere, Somehow’ ขึ้นมาก่อน แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ประพันธ์คำร้องภาษาไทย เพลง “ชะตาชีวิต” ได้ทรงพระราชนิพนธ์ขณะที่เสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังเสวยราชสมบัติแล้ว โดย ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้ประพันธ์คำร้องภาษาไทย "ความฝันอันสูงสุด” เป็นเพลงที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงกราบบังคมทูลขอให้ทรงแต่งทำนองเพลง ตามเนื้อร้องที่โปรดให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เขียนคำกลอนเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ จึงนับเป็นเพลงแรกที่มีการเขียนเนื้อร้องก่อน ส่วน “เราสู้” เป็นเพลงที่คุณสมภพ จันทรประภา ได้ขอพระราชทานพระราชดำรัสซึ่งพระราชทานแก่คณะผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล มาประพันธ์เป็นคำกลอนถวาย และทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง อันเป็นเพลงที่สองที่มีการเขียนเนื้อร้องก่อน “ไกลกังวล” เป็นเพลงที่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ โดยมักจะเล่นเป็นเพลงสุดท้าย คุณวิชัย โกกิละกนิฐ เป็นผู้ประพันธ์คำร้อง

 สำหรับเพลง “แผ่นดินของเรา” ทรงพระราชนิพนธ์ในวันพระราชทานเลี้ยงเจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ ซึ่งเสด็จเยือนประเทศไทย คำร้องภาษาไทยเกิดขึ้นภายหลังเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กราบบังคมทูลขอทำนองเพลงนี้ เพื่อพระราชทานแก่ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย

 นั่นคือความเป็นมาของเพลงพระราชนิพนธ์ที่ปรากฏในบทอาเศียรวาทนี้ 

 ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน