
ยุทธวิธี"ปลุกผีเสื้อแดง"
การประกาศตัวนำทัพแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ของ "ผศ.ภญ.ธิดา ถาวรเศรษฐ์" เป็นการส่งสัญญาณการปรับเปลี่ยน "ยุทธวิธี" การขับเคลื่อนของ "คนเสื้อแดง"
หลังจาก "แกนนำคนเสื้อแดง" ที่ใช้ความรุนแรงกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวประสบความล้มเหลวเสียเปรียบ "กองทัพ" และ "รัฐบาล" ทำให้พ่ายแพ้ทางการเมืองตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2552-พฤษภาคม 2553
เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองและมีผู้คนล้มตายจำนวนมากช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 "คนเสื้อแดง" และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนไม่มีความชอบธรรมทางการเมืองเหลืออยู่เลย
หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น เรียกได้ว่า "คนเสื้อแดง" ได้ตายไปแล้ว
สังเกตได้จากการชุมนุมของคนเสื้อแดงระยะหลัง มีจำนวนผู้ร่วมชุมนุมลดลง การเดินทางไปชุมนุมแต่ละครั้งต้องนำ "เสื้อแดง" ใส่กระเป๋าไปเปลี่ยนระหว่างเดินทาง มองหาคนใส่เสื้อแดงที่มีสัญลักษณ์ของ "นปช." ตามท้องถนนทั่วไปยาก โดยเฉพาะตามตัวเมือง
แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษา "ยกฟ้อง" คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณี 29 ล้านบาท เป็นการชุบชีวิต "คนเสื้อแดง" ให้คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
โดยมี "ธิดา ถาวรเศรษฐ์" ภรรยา "นพ.เหวง โตจิราการ" เป็น "แกน" ขับเคลื่อนในตำแหน่ง "รักษาการประธาน นปช."
การขับเคลื่อนของคนเสื้อแดงระหว่างที่ "แกนนำ" ถูกควบคุมตัวเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง แม้จะมีกลุ่ม "แกนนอน" สมบัติ บุญงามอนงค์ และ "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย พยายามจัดกิจกรรม แต่ดูแล้วไม่มีน้ำหนัก
ดังนั้นการชู "ธิดา" ซึ่งเคยเป็น "กรรมการสำรองประจำคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย" (พคท.) เป็นเจ้าของ "ทฤษฎีการเมือง นปช." ที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศประมาณ 3.6 หมื่นคน มาเป็นผู้นำทางความคิดในการขับเคลื่อนของ "คนเสื้อแดง" ในครั้งนี้ ทุกฝ่ายต้องจับตามองเป็นพิเศษ
เพราะการขับเคลื่อนของแกนนำคนเสื้อแดงอย่าง "จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" และแกนนำคนอื่นๆ จะนำที่ตัว "บุคคล" เป็นหลักคือ "ทักษิณ ชินวัตร" เนื่องจากเป็น "ผู้สนับสนุนใหญ่" ในการเคลื่อนไหว ในที่สุดก็พ่ายแพ้
ขณะที่การนำของ "ธิดา" จะเน้นให้ความรู้ทางปัญญา เห็นได้จาก 4 ภารกิจที่ประกาศออกมาชัดเจนเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา 1.การรณรงค์ให้ปล่อยตัวแกนนำมวลชนคนเสื้อแดง และผู้ถูกจับกุมคุมขังโดยมิชอบ 2.ช่วยเหลือเยียวยาผู้ถูกกระทำและครอบครัว 3.เรียกร้องความยุติธรรมและการใช้กฎหมาย มาตรฐานเดียวกัน 4.ยกระดับการต่อสู้ของประชาชนให้สูงขึ้นด้วยองค์ความรู้
"ธิดา" ชูหลักการนำตัวบุคคล เพราะตัวบุคคลมีข้อผิดพลาดถูกทำลายและจะพ่ายแพ้ในที่สุด แต่ "หลักการ" ที่แน่วแน่ไม่มีจุดอ่อนไม่มีวันตาย!
การขับเคลื่อนของ "นปช." จากนี้ไปจะได้ยินแต่เรื่องเกี่ยวกับ "ประชาธิปไตยของประชาชนที่ต้องได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค การใช้กฎหมายมาตรฐานเดียวกัน ความยุติธรรมต้องทำลายความอยุติธรรม"
การขับเคลื่อนแนวทางติดอาวุธทางปัญญาของ "ธิดา" เห็นผลช้า แต่หวังผลระยะยาว
เพราะดูจากการวางแนวทางการบริหาร "องค์กรคนเสื้อแดง" ของ "ธิดา" ได้จัดโครงสร้างของคนเสื้อแดงใหม่ มี "ฝ่ายวิชาการ-ฝ่ายต่างประเทศ-ฝ่ายกฎหมาย-ฝ่ายเยาวชน-ฝ่ายศาสนา-ฝ่ายแนวร่วมและองค์กรอื่น" และในอนาคตจะฟื้น "โรงเรียน นปช." ที่เจ้าตัวยืนยันว่า "ไม่ใช่โรงเรียนล้มเจ้า"
หลังคำพิพากษาคดียกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในทางการเมืองถือว่า "รัฐบาล" พ่ายแพ้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องความไม่ชอบธรรมจากคำตัดสินดังกล่าว
ถือเป็นการ "ปลุกผีเสื้อแดง" ให้คืนชีพกลับมาอีกครั้ง ชัยชนะของ "พรรคประชาธิปัตย์" ได้กลายเป็นความพ่ายแพ้ของ "กระบวนการยุติธรรม" และจะนำรัฐบาล โดยเฉพาะ "พรรคประชาธิปัตย์" แพ้ทางการเมือง
การนัดชุมนุมของ "กลุ่มแนวร่วมคนเสื้อแดง" และ "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม, 10 ธันวาคม และ 11 ธันวาคมนี้ มีลักษณะบีบรัฐบาล "แยกกันเดินรวมกันตี"
ดังนั้นรัฐบาลต้องเจรจาเพื่อไม่ให้แต่ละกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวกดดันการทำงานของรัฐบาลในสถานการณ์การเมืองช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
ล่าสุด "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาล เจรจากับ "หมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์" แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ที่มาทวงถามความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 และเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่ "กลุ่มพันธมิตร" จะชุมนุมในวันที่ 11 ธันวาคม
ในประเด็นมาตรา 190 รัฐบาลจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเป็นประเด็นแรก ส่วนเรื่อง "เขตแดนไทย-กัมพูชา" นายกฯ อภิสิทธิ์เตรียมหารือกับแกนนำพันธมิตร เพื่อทำความเข้าใจ โดยเฉพาะกรณีการแปรญัตติของสภา แนวโน้มการชุมนุมของพันธมิตร หลังจาก "นายกฯ อภิสิทธิ์" ไปหารือแกนนำน่าจะเป็นบวกกับรัฐบาล
ส่วนการเคลื่อนไหวของ "คนเสื้อแดง" ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพื่อลดดีกรีความโกรธของคนเสื้อแดงในคดี 258 ล้านก็เป็นได้!



