
แดงมาแต่ข้างใน ?
ถ้าคิดเสียว่า เสาร์-อาทิตย์นี้ เลือกตั้งซ่อมล่วงหน้า 5 เขตเลือกตั้ง ก่อนที่จะไปเลือกจริงวันที่ 12 ธันวาคม ก็เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ว่า เหตุใด กกต.ทั้ง 5 คน ไม่ลาออก
แต่หากว่า หลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว กกต.ทั้ง 5 คน ยังไม่พิจารณาตัวเองจากกรณีคำวินิจฉัย ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เพราะมีประเด็นหนึ่งคือ "ขาดอายุความ" ถึงแม้ กกต.จะเห็นแย้ง แต่เมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นอันสิ้นสุดและมีผลผูกพันกับทุกองค์กรแล้ว การยังทำหน้าที่ของ กกต.ทั้ง 5 อยู่ น่าจะเป็นการท้าทายแรงกดดันของสังคม
แต่การออกมาให้สัมภาษณ์ของ สดศรี สัตยธรรม กรรมการ กกต.ถึงเรื่องนี้ในทำนองแย้งคำวินิจฉัย จนถึงขั้นบอกว่า จะหาช่องทางส่งเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า สดศรี กำลังพยายามจะทำอะไร?
จริงอยู่ กกต.ทั้งห้า อยู่ในข่ายที่พอรับรู้ได้ว่า "เสียหน้า" เพราะแต่ละคนล้วนมือฉมังทางกฎหมายทั้งนั้น เมื่อมาเจอคำวินิจฉัยว่า "ขาดอายุความ" ก็เลยไม่ต่างจากอาการ "ตายน้ำตื้น"...นี่อาจเป็นสาเหตุให้ต้องดิ้นรนเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี
เพราะนักเรียนกฎหมาย ไปจนถึงเนติบัณฑิตทั้งหลายสำหรับเรื่อง "อายุความ" แล้วนับเป็นสิ่งสำคัญในลำดับต้นๆ ที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน
แต่เมื่อมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในระดับปรมาจารย์ด้านกฎหมาย ก็เป็นธรรมดาที่ผลกระทบจะต้องรุนแรงกว่าในระดับนักเรียนกฎหมาย
ก็เป็นเรื่องพอเข้าใจได้ สำหรับ สดศรี ที่ออกมาแบบนี้ ซึ่งก็คงจะตรงกับใจ คนใน กกต.หลายคน
อย่างไรก็ตาม มีคำถามที่จะต้องถามไปยัง กกต.ทุกคน หรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และยังคาใจคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ใจจริงแล้วมุ่งที่จะปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีตรงนี้เพียงเท่านั้นหรือ ?
ซึ่งตรงนี้มองไม่ยาก...เพียงแค่ย้อนกลับไปดูว่า ใครที่เป็นตัวตั้งตัวตี ให้ "นายทะเบียนพรรคการเมือง" ซึ่งเป็นคนคนเดียวกับ "ประธาน กกต." ที่มีความเห็นไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์มาแล้วทั้งสองประเด็น นำเรื่องเข้าพิจารณาเพื่อลงมติในที่ประชุม กกต. ก็น่าจะเห็นอะไรต่อมิอะไรว่า ใน กกต.นั้นซ่อนอะไรอยู่
บางคนดูภายนอกไม่ใช่เสื้อแดง แต่แท้จริง แดงมาแต่ข้างในแล้ว...ใช่ไหม?
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



