
ย้ายเด็กหัวโตเข้ารักษาตัวที่ รพ.ศรีนครินทร์
ย้ายเด็กหัวโต ปากแหว่งเพดานโหว่ป่วยถุงน้ำในสมองแตก เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น ทีมแพทย์-พยาบาลทำการเจาะเลือดพร้อมเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ด้านพ่อเด็กเผยแพทย์เตรียมเย็บแผลที่ศรีษะ แต่คงไม่ผ่าตัด
ความคืบหน้ากรณี นางพรพรรณ ผิวแก้ว อายุ 25 ปี พา ด.ญ.ปัณชิตา ดอนหมื่นศรี หรือน้องปุยฝ้าย อายุ 7 เดือน ที่มีความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด โดยศีรษะโตผิดปกติ พิการทางตา และปากแห่งเพดานโหว่ และไม่มีจมูก เข้าพบแพทย์ที่ รพ.อุดรธานี เพื่อให้รักษาบุตรสาวจากอาการถุงน้ำในสมองแตก ซึ่งต่อมาแพทย์ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 เม.ย.แพทย์ได้ย้าย ด.ญ.ปัณชิตา มารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาขอนแก่นแล้ว
นางพรพรรณ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้น้องปุยฝ้าย มีไข้สูง เนื่องจากแผลติดเชื้อที่บริเวณสมอง โดยจากการสอบถามแพทย์เจ้าของคนไข้ที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น บอกว่า เบื้องต้นต้องทำการรักษาอาการแผลติดเชื้อก่อนให้หายก่อน
จากนั้นจึงจะปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทั้งกุมารแพทย์ ศัลยกรรมว่าจะรักษาอย่างไรต่อไป โดยขณะนี้บริเวณศรีษะของน้องแฟ่บลงมา เนื่องจากถุงน้ำในสมองแตก มีไข้สูง และร้องไห้เมื่อเวลาที่หมอฉีดยา
นางพรพรรณ กล่าวอีกว่า บริเวณที่ถุงน้ำในสมองแตกไม่มีกะโหลกปิด จึงอยากจะให้หมอทำการเย็บแผลปิด รวมทั้งอยากให้หมอรักษาทางด้านจมูก เพราะขณะนี้น้องปุยฝ้าย ใช้ปากในการหายใจและกิน ซึ่งตนเกรงว่าน้องจะสำลักอาหาร ซึ่งเวลาป้อนอาหารเหลวก็ต้องค่อยๆ ป้อน
แม่ของน้องปุยฝ้าย ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ใช้สิทธิบัตรทองในการรักษา แต่ครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง ทำให้ต้องไปหยิบยืมเพื่อนบ้านมา ดังนั้นจึงอยากจะขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญช่วยบริจาคช่วยเหลือด้วย
ด้านนายปัญญา ดอนหมื่นศรี อายุ 32 ปี พ่อน้องปุยฝ้าย ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า ขณะนี้ได้ย้ายน้องปุยฝ้ายมารักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์แล้ว โดยอยู่ในห้องฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นหมอบอกว่าจะทำการเย็บหัวตรงบริเวณที่ไม่มีกะโหลก
นายปัญญา บอกว่า ช่วงภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 ซึ่งก็คือน้องปุยฝ้าย ไม่มีอาการผิดปกติ เพราะครอบครัวอยากได้ลูก 2 คน เมื่อคลอดน้องปุยฝ้ายแล้วก็จะทำหมัน โดยในช่วงตั้งครรภ์ก็ได้ไปฝากท้องกับโรงพยาบาลใกล้บ้าน หมอก็ทำการอุลตร้าซาวด์แต่ก็ไม่พบว่าผิดปกติแต่อย่างใด แต่เมื่อถึงวันคลอด ซึ่งอายุครรภ์ขณะนั้นคือ 9 เดือน 2 สัปดาห์ หมอก็ได้ทำการผ่าตัดให้ เพราะเด็กมีน้ำหนักถึง 4.5 กิโลกรัม เมื่อผ่าตัดเสร็จน้องซึ่งมีอาการผิดปกติ ทั้งศรีษะ จมูก โดยหมอบอกว่าน้องคงไม่รอด เพราะผิดปกติเยอะ โดยตลอดระยะเวลาเวลาวันหมอไม่ให้เด็กทานอะไรเลย ตนก็นึกว่าเด็กจะไม่รอด แต่ก็อยู่มาจนถึงทุกวันนี้
"หลังจากที่พาน้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมา 3-4 แห่ง หมอก็ไม่ได้แนะนำอะไร ซึ่งก็คงต้องดูแลกันต่อไป โดยหมอคงจะเย็บศรีษะ แต่คงไม่มีการผ่าตัด" นายปัญญา กล่าว
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น.ทีมแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้ทำการเจาะเลือดของ ด.ญ.ปัณชิตา เพื่อตรวจสอบ พร้อมกับเฝ้าดูอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด



