
ชวนนัดทีมกม.ถกด่วนหลังศาลเรียกนัดพร้อมคดี9ธ.ค.
ชวน นัดทีมกฎหมายประชุมด่วน หลังศาลเรียกนัดพร้อมคดี 9 ธ.ค. "บัณฑิต" บอกใบ้แนวทางสู้ร้องศาล นายทะเบียนไม่ชี้มูลความผิดก่อนส่งเรื่องอัยการฯร้องยุบพรรค นิพนธ์ ประเมินศาลไม่สอบพยานคดี 258 เพิ่ม เพราะสอบไปหมดแล้ว
ที่พรรคประชาธิปัตย์ว่า เมื่อเวลา 11.00 น. 02 พ.ย.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคได้นัดประชุมทีมกฎหมาย ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมนัดพร้อมคดีในวันที่ 9 ธ.ค. 53 และทีมกฎหมายได้นัดหารือเกี่ยวกับคำวินิจฉัยขององคณะตุลาการศาลรัฐะรรมนูญที่ได้ออกคำวินิจฉัยกลางชี้แจงต่อสังคม กรณีที่ชี้ขาด ว่าคำร้องของกกต.ที่ขอให้มีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ครบองค์ประกอบตามกฏหมาย โดยมีนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดี นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษา นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก เป็นต้น เข้าร่วมหารือ
ภายหลังการประชุม เมื่อเวลา 14.00 น. นายบัณฑิต เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้เตรียมแนวทางสู้คดีไว้หลายทาง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพร้อมทั้งสองฝ่ายในวันที่ 9 ธ.ค. ซึ่งจากการดูเบื้องต้นพยานหลักฐาน ทั้งเอกสารและบุคคลในคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท เป็นชุดเดียวกันกับคดี 29 ล้านบาท เหมือนกับฝ่ายอัยการที่ใช้เอกสารการฟ้องในคดี 258 ล้านบาท ก็เป็นชุดเดียวกับคดี 29 ล้านบาท ซึ่งทางทีมกฎหมายของพรรคได้ยื่นเอกสารคำชื้แจงในคดี 258 ล้านบาท ไปนานแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแนวทางการจำหน่ายคดียังเป็นเรื่องที่ทีมกฎหมายจะใช้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายบัณฑิต กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อยุติจากคณะทำงาน แต่ถ้าจะมีการยื่นเรื่องต่อศาล ก็จะยื่นในกรณีของอำนาจนายทะเบียนพรรคการเมืองที่ยังไม่ได้ตัดสินคดีว่าผิดหรือไม่ ก่อนที่จะส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณา แต่รายละเอียดต้องถามจากนายชวน และคาดว่าอีก 1-2 วัน น่าจะได้ข้อสรุป เพราะถ้าจะยื่นก็ต้องยื่นก่อนวันที่ 9 ธ.ค
“ เรื่องอำนาจนายทะเบียนพรรคการเมืองเราสู้แน่ โดยทีมกฎหมายได้เขียนเรื่องนี้เอาไว้ชัดในหนังสือ ความจริงสู้อธรรมหน้า 82-83 ว่า นายทะเบียนมีความเห็นในคดีโดยใช้คำว่า “ หรือไม่ก็ได้ ” คำนี้ถือว่า ยังไม่ได้เป็นการชี้ประเด็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ผิดหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นผลดีต่อพรรคที่จะใช้ในการสู้คดี” นายบัณฑิต กล่าว
เมื่อถามว่าตามข้อกฎหมาย ถ้าศาลเห็นด้วยกับทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ในการยื่นจำหน่ายคดีแสดงว่าศาลจะไม่ต้องวินิจฉัยในคดี 258 ล้านบาท ใช่หรือไม่ นายบัณฑิต กล่าวยอมรับว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ทราบว่าการที่ศาลนัดคู่ความพร้อมกัน จะมีแนวทางอย่างไร อาจจะให้ยื่นเอกสาร นัดสืบพยาน ประเด็นพิจารณาคดี หรืออาจจะให้ฟังคำสั่งเลย เพราะฟังแล้วคดีเป็นที่ยุติได้ แต่ตนไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร สามารถเป็นได้หลายนัยยะ
ด้านนายนิพนธ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือในคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญกรณีเงินฯ 29 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่ามีความเชื่อมโยงถึงกรณีเงิน 258 ล้านบาท หรืออาจพูดได้ว่าเป็นคดีเดียวกัน เพียงแต่ทาง กกต. ได้มีมติส่งฟ้องต่างกัน คือ คดี 29 ล้านบาท กกต.เป็นผู้ส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญเอง ส่วนคดี 258 ล้านให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ส่งฟ้อง ตามมติของที่ประชุม กกต. เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 53 ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าคำวินิจฉัยคดี 29 ล้านบาทนั้น ศาลได้อ่านคำพิพากษา เกี่ยวโยงถึงอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ระบุไว้ในมาตรา 94 และ 95 ของพ.ร.บ.พรรคการเมืองจึงขอไปดูคำวิจฉัยดังกล่าวให้ถ้วนถี่
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าในวันที่ 9 ธ.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพร้อมคู่กรณีนั้น จะมีการวินิจฉัยทันทีเลยหรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงต้องอยู่ที่ดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในคดีเงินบริจาคฯ 258 ล้านบาทนั้น ได้มีการไต่สวน และสืบพยานไปพร้อมกันกับการไต่สวนในคดีเงินกองทุนฯ 29 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนายประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหาร บริษัทเมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ถือว่าศาลได้ข้อมูลที่ครบถ้วนแล้ว ซึ่งหากไม่มีหลักฐาน หรือพยานชุดใหม่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะสืบพยานใดเพิ่มเติมอีก



