ข่าว

“บัญญัติ”ชี้คดีที่ศาลพิจารณาจบแล้วฟ้องซ้ำไม่ได้

“บัญญัติ”ชี้คดีที่ศาลพิจารณาจบแล้วฟ้องซ้ำไม่ได้

02 ธ.ค. 2553

“บัญญัติ”ชี้คดีความที่ศาลพิจารณาจบแล้ว ฟ้องซ้ำไม่ได้ ไล่“สดศรี”อ่านบทความ“เปลว สีเงิน” หวั่น กกต.ให้ความเห็นเป็นการทำลายสถานะองค์กรอิสระ ระบุ “คดี 258” ไม่ง่าย คาดใช้เวลาพิจารณาสั้นกว่าคดี 29ล้านบาท วอนสังคมเคารพคำตัดสินของศาล-วิจารณ์ได้อย่าตำหนิ ไม่เช่

(2ธ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 11.00 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ฐานะทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรค ให้สัมภาษณ์ก่อนการหารือทีมกฎหมายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพร้อมคดีในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ว่า เบื้องต้นจะเป็นการเตรียมความพร้อมและหารือโดยการคาดเดาว่าศาลจะพิจารณาในทางใด ในความเป็นไปได้ จะมีการกำหนดประเด็นของคดี ว่ามีกี่ประเด็นที่ ควรวินิจฉัยอย่างไรบ้าง จะมีการสืบพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งในดคีเงินบริจาค 258 ล้านบาทนั้นเชื่อว่าไม่ง่าย แต่ระยะเวลาการพิจารณาของศาลจะใช้เวลาสั้นกว่าคดีเงินฯ 29 ล้านบาท เพราะหลายเรื่องได้สืบพยานบางส่วนไว้แล้ว ส่วนการต่อสู้ของคดีนั้นก็จะทำอย่างตรงไปตรงมา คือนำความจริงไปเสนอศาล

นายบัญญัต กล่าวเรียกร้องให้ประชาชนที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีของพรรคประชาธิปัตย์เคารพกระบวนการยุติธรรม หรือศาล แม้ว่าจะมีคนจำนวนหนึ่งตั้งป้อมเรื่องดังกล่าวไม่ว่าศาลจะพิจารณาออกมาในทิศทางใด ส่วนกรณีที่มีคนออกมาวิจารณ์หรือตำหนิศาลนั้น เรียกร้องอย่าทำให้สังคมสับสน หรือเกิดความไม่เข้าใจ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ทางการเมืองที่เร่าร้อน และหาทางจบสิ้นได้ยาก

“ มีหลายฝ่ายส่งสัยว่าทำไมศาลรีบรวบรัดตัดความวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายก่อนข้อเท็จจริง ผมอยากชี้แจงว่าปกติแล้ว ศาลจะพิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมายก่อน เพราะทำให้ร่นระยะเวลาในการดำเนินการ และการทำคดีความจะถือหลักหากทำได้เร็วที่สุดก็ต้องทำ บางคนยังสับสนว่าหากศาลเห็นในประเด็นข้อกฎหมายแล้ว ทำไมไม่เร่งวินิจฉัย จะเสียเวลานำสืบพยาน 6-7 เดือนทำไม ผม อยากชี้แจงว่า ถ้าศาลไม่เปิดโอกาสนำสืบ ข้อเท็จจริงเรื่องอายุความ เรื่องระยะเวลา หรือกรณีนายทะเบียนได้ทำความเห็นหรือไม่ ก็จะทราบอย่างชัดเจน” นายบัญญัติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในกรณีคดีเงินบริจาคฯ 258 ล้านบาท นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นแล้วหรือไม่ นายบัญญัติ   กล่าวว่า ต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยต้องนำคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. มาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีความพยายามเรียกร้องให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถอนตัวจากการพิจารณาคดี 258 ล้านบาท เพราะเกรงว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาในรูปแบบเดียวกัน นายบัญญัติ กล่าว่า ถ้าตราบใดคดียังไม่จบสิ้น หรือวินิจฉัยออกมาในทิศทางใด ตนมองว่าอย่าไปสรุปเช่นนั้น ส่วนการที่ให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถอนตัว ต้องยอมรับว่าเป็นแผนการทางการเมืองของคนบางกลุ่ม ที่มีความพยายามให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถอนตัวมาตั้งแต่ต้น

“ผมว่าเคารพศาล และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพราะประเทศนี้ถ้าไม่เคารพกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม บ้านเมืองหาความสงบสุขไม่ได้ ” นายบัญญัติ กล่าว

เมื่อถามว่าประเด็นที่ดีเอสไอ สั่งไม่ฟ้องคดีไซฟ่อนเงิน จะเป็นการเปิดช่องให้พรรคชนะคดีได้หรือไม่ นายบัญญัติ กล่าวว่า หากจะระบุว่าชนะคดีคงไม่ได้ เพราะต้องรอให้ศาลมีคำวินิจฉัย แต่ตรงนี้ในทางคดีถือว่ามีน้ำหนักเหมือนกัน ส่วนจะใช้ประเด็นใดในการต่อสู้คดี ขอเวลาให้คณะผู้ทำคดีปรึกษากันก่อน และที่สำคัญต้องรอฟังศาลในวันที่ 9 ธ.ค.

นายบัญญัติ กล่าวด้วยว่าช่วงเช้าวันนี้ ( 2 ธ.ค.) ตนได้อ่านบทความของเปลว สีเงิน ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์  ที่เขียนถึงความรู้สึกของกกต. ระบุว่า การให้ความเห็นของกกต. เป็นในลักษณะของการลงโทษซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์อย่างแน่นอน นอกจากนั้น เปลว สีเงิน ยังยกตัวอย่าง ว่า กกต.ไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่คล้ายๆ พนักงานอัยการ คือ คนที่มีหน้าที่ฟ้องคดีอาญาต่อศาล แน่นอนคดีที่บรรดาพนักงานอัยการฟ้องต่อศาล ไม่ได้ชนะทุกคดี  

“ผมอยากให้กกต.คิดว่าเมื่อตัวเองทำดีแล้ว วันนี้ศาลไม่เห็นด้วยก็ต้องจบกัน แต่หากยังมาตีโพยตีพายกัน ผมคิดว่านอกเหนือจะกลายเป็นปัญหาระหว่างกันเองแล้ว ผมคิดว่าทำให้คนสับสนมากยิ่งขึ้น ดีไม่ดีก็พลอยกระทบถึงสถานะของกกต.เองในฐานที่เป็นองค์กรอิสระ” นายบัญญัติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความพยายามของนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ที่จะนำคดี 29 ล้าน นายบัญญัติ กล่าวว่า ตนขอฟังเหตุผลของนางสดศรีก่อน แต่ในหลักการดำเนินการทางคดีมีหลัก คือ การกระทำผิดครั้งหนึ่ง ควรมีสิทธิ์ถูกฟ้องศาลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็จะกลายว่าเรื่องไม่จบ ซึ่งภาษาทางกฎหมายเรียกว่าการฟ้องซ้ำ เขาห้ามฟ้องซ้ำ ส่วนที่ทางนางสดศรีคิดนั้นจะเข้าข่ายนี้หรือไม่ ไม่ทราบต้องรอฟังเหตุผล

“ผมคิดว่าบทความของคุณเปลว สีเงิน น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณสดศรีด้วย” นายบัญญัติ กล่าว

ทั้งนี้นายบัญญัติได้ปฏิเสธ ข่าวที่จะรับตำแหน่งหัวหน้าทีมกฎหมายในคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท โดยกล่าวว่า นายชวน หลีกภัย สภาที่ปรึกษา เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีความเป็นอาวุโส และเป็นผู้ที่รอบรู้ในเรื่องคดีความเป็นอย่างดี เห็นได้จากในคดีเงินกองทุนฯ 29 ล้านบาทที่ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ดังนั้นไม่มีเหตุผมใดจะเปลี่ยนตัวหัวหน้าผู้ทำคดี