
บีชเกมส์ลุ้น คว้า13ทอง
นักข่าวโพลฟันธง ไทยคว้า 13 ทองเอเชี่ยนบีชเกมส์ ที่โอมาน ระหว่างวันที่ 8-19 ธ.ค.นี้ "วู้ดบอล" ไม่ได้โม้ หวังกวาดเรียบทั้ง 4 ทอง ขณะที่ กกท. มาทุกใหม่ มีการหักค่าความเสี่ยงต่างๆ ทำให้ตั้งเป้าเพียงแค่ 10 ทองเท่านั้น
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิกไทย บ้านอัมพวัน “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ประธานกรรมการคัดเลือกนักกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 2 ที่ประเทศโอมานจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 8-19 ธ.ค. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ร่วมกับสมาคมกีฬาที่เดินทางไปร่วมแข่งขัน โดยได้แจ้งให้ทุกฝ่ายทราบว่า คณะนักกีฬาไทยมีกำหนดการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร วันที่ 3 ธันวาคม ณ วังศุโขทัย เวลา 16.30 น.และเข้าอำลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 2 ธันวาคม เวลา 13.00 น.
“บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้านักกีฬาไทย กล่าวว่า ขณะนี้โอมานกำลังมีปัญหาเรื่องที่พักนักกีฬาที่สร้างไม่เสร็จทันการแข่งขัน ทำให้ที่พักบางส่วนจะอยู่ห่างไกลจากสนามแข่งขันมาก ใช้เวลาเดินทางถึง 2 ชม.ครึ่ง และห้องพักจะต้องอยู่รวมกันห้องละ 3 คน โดยขณะนี้ กำลังเจรจากับเจ้าภาพ เพื่อขอให้ทีมแพทย์ได้อยู่กับนักกีฬาด้วย เพื่อการดูแลนักกีฬาอย่างทั่วถึง
สำหรับทีมฟุตบอลชายหาด ต้องเปลี่ยนตัวนักกีฬาถึง 3 คน เนื่องจาก ราชันย์ กันจินะ ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว เอ็นเท้าขวาขาด ต้องพักอย่างน้อย 1 เดือน นอกจากนี้ ซารีฟ สายนุ้ย และ ทรงศักดิ์ เหมเขียว ก็มีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องขอเปลี่ยนนักกีฬา ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ จันทร์เพ็ญ, ชนะ แสนวิเศษ และธงไท สมณา โดยได้ยื่นใบรับรองแพทย์ไปยังโอลิมปิกไทย และฝ่ายจัดการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว
ด้าน “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท. และประธานเตรียมนักกีฬา กล่าวว่า ในเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่บาหลี เมื่อ 2 ปีก่อน นักกีฬาไทยทำได้ 10 เหรียญทอง ได้อันดับ 2 เป็นรอง อินโดนีเซีย เจ้าภาพเพียงชาติเดียว ใน “มัสกัตเกมส์” ครั้งนี้ ยังตั้งความหวังไว้เท่าเดิม โดยคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทย จะประเมินความหวังนักกีฬาในวันที่ 3 ธันวาคม นี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้รับจากสมาคมในการตั้งความหวังเหรียญ จะมีการปรับตามค่าความเสี่ยง อาทิ การบาดเจ็บ, การจับสลาก, การตัดสิน อย่างน้อย 10-20 เปอร์เซนต์ เพื่อให้ใกล้เคียงความจริงที่สุด
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน วันที่ 8-16 ธันวาคม นี้
วันเดียวกัน ที่ห้องรอดโพธิ์ทอง สนามกีฬ่าแห่งชาติ สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ได้จัดงาน “มีทเดอะเพรส” เอเชี่ยนบีชเกมส์ครั้งนี้ขึ้น โดยการประเมินความหวังเหรียญทองใน “มัสกัตเกมส์” ปรากฏว่า วู้ดบอล เป็นกีฬาที่ตั้งความหวังสูงสุดคือ กวาดหมด 4 เหรียญทอง ซึ่ง นายพัฒนชาติ กฤดิบวร นายกสมาคมวู้ดบอล กล่าวว่า ในเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่บาหลี อินโดนีเซีย เมื่อปี 2008 ไทยได้ 4 เหรียญเงิน แต่จากการเก็บตัวนักกีฬา การฝึกซ้อม ตลอดจนการส่งนักกีฬาไทยแข่งขันทั้งระดับชิงแชมป์โลก และชิงแชมป์เอเชีย ที่ผ่านมา นักกีฬาไทย กวาดแชมป์ได้หมด ทำให้มีความมั่นใจ แม้ว่าจะเจอคู่แข่งอีก 8 ชาติ ได้แก่ โอมาน, เวียดนาม, มองโกเลีย, ไต้หวัน, จีน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และอินเดีย แต่ไทยยังมั่นใจแบบไม่กดดันตัวเองว่าจะคว้าได้ 4 เหรียญทอง
ขณะที่สมาคมกีฬาอื่น ๆ ที่ประเมินความหวังมีดังนี้ ตะกร้อ 3 ทอง 1 เงิน, เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต 1 ทอง 1 เงิน, แฮนด์บอล 1 ทอง 1 เงิน, วอลเลย์บอล 1 เงิน, เพาะกาย 1 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง, เรือใบ 2 ทอง, กาบัดดี้ 1 ทอง, วินด์เซิร์ฟ 3 ทองแดง, ฟุตบอลเข้ารอบรองชนะเลิศเพื่อลุ้นเหรียญ ส่วน 2 สมาคมกีฬาไม่ได้เข้าร่วมแถลง ได้แก่ ไตรกีฬา และเจ๊ตสกี โดย นายไพฑูรย์ ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวสรุปว่า จากทั้งหมด 12 กีฬา ที่ไทยจะเข้าร่วม “มัสกัตเกมส์” ทัพนักกีฬาไทย น่าจะทำได้ 13 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง
สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 2 ไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมรวม 136 คน ประกอบด้วย แฮนด์บอลชายหาด 20 คน (ชาย 10 คน หญิง 10 คน) กาบัดดี้ชายหาด 12 คน (ชาย 6 คน หญิง 6 คน) ตะกร้อชายหาด 24 คน (ชาย 12 คน หญิง 12 คน) ฟุตบอลชายหาด(ทีมชาย) 10 คน วอลเลย์บอลชายหาด 8 คน (ชาย 4 คน หญิง 4 คน) วู้ดบอลชายหาด 16 คน (ชาย 8 คน หญิง 8 คน) เพาะกายชาย 6 คน เจ็ตสกีชาย 11 คน เรือใบชาย 6 คน วินด์เซิร์ฟ 8 คน (ชาย 4 คน หญิง 4 คน) ไตรกีฬา 3 คน ( ชาย 2 คน หญิง 1 คน) สกีน้ำ 12 คน (ชาย 6 คน หญิง 6 คน)



