ข่าว

 เครือข่ายทางสังคม

เครือข่ายทางสังคม

02 ธ.ค. 2553

เนื่องจากความจำเป็นในทางเทคนิคการผลิต จึงทำให้ไม่สามารถปิดต้นฉบับหลังจากกรณีคดีความของพรรคประชาธิปัตย์ได้ ก็เลยได้นำเรื่องอื่นๆ มาเขียนในสัปดาห์นี้เสียก่อน

 เลยสบโอกาสที่จะนำข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องที่เกี่ยวกับเฟซบุ๊ก (facebook.com) มาเล่าสู่กันฟังสักหน่อย โดยเฉพาะในมุมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จในทางธุรกิจ ที่อาจหาอ่านได้ตามหนังสือแปลเรื่องธุรกิจทั่วๆ ไป หรือตามเว็บไซต์เชิงธุรกิจทั่วๆ ไป

 เฟซบุ๊กเป็นเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม (โซเชียลเน็ตเวิร์ก) ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวันนี้ แม้ว่าจะมีคู่แข่งทั้งก่อนหน้านั้น หรือหลังจากนั้นมากมาย อาทิ บางบริการของ ยาฮู  เอ็มเอสเอ็น หรือไฮไฟว์ เป็นต้น

 จุดตั้งต้นสำคัญๆ ของเฟซบุ๊กตามที่ภาพยนตร์ได้ชี้เอาไว้นั้นมีเรื่องหลักๆ อยู่ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือตัวผู้คิดค้น เรื่องที่สองคือความสำเร็จในแง่ของเครือข่ายทางสังคม และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องของตัวแบบธุรกิจ

 เรื่องตัวแบบธุรกิจนั้นค่อนข้างที่จะพูดกันถึงมากที่สุด เพราะว่าการทำธุรกิจแบบเครือข่ายทางสังคมนั้นไม่ใช่เรื่องของการทำธุรกิจแบบที่เน้นการขายโฆษณาโดยตรง เพราะส่วนมากแล้วเว็บเครือข่ายหรือเว็บข้อมูลที่ขายโฆษณาโดยตรงมักจะไปไม่ได้ไกลและไม่ได้นาน แต่ถ้าเว็บนั้นมีความเนียนมากเช่นกรณีของกูเกิลที่ไม่มีโฆษณาในหน้าแรก ก็จะไปได้ไกลกว่าในแง่ธุรกิจสืบค้น หรือในกรณีของเฟซบุ๊กนั้นความสำเร็จอยู่ที่การประเมินมูลค่าของบริษัทมากกว่าโฆษณา

 สำหรับเรื่องส่วนตัวของผู้คิดค้นนั้น เรื่องสำคัญก็คือเรื่องของความทะเยอทะยานของผู้คิดค้นเองทั้งในส่วนของการต้องการแสดงความสามารถในการสร้างเครือข่ายและการต้องการพิสูจน์ตัวเองกับคนที่เขารัก

 แต่เรื่องที่ผมสนใจมากที่สุดในเรื่องก็คือเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตัวผู้คิดค้นเองกับเจ้าของความคิดเริ่มต้นที่เป็นกลุ่มนักศึกษาในช่วงชั้นที่สูงกว่าในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนั่นแหละครับ

 เพราะเรื่องนี้ตั้งต้นโดยที่ผู้คิดค้นนั้นถูกเชื้อเชิญให้เข้าไปคิดสร้างระบบเครือข่ายของนักศึกษาฮาร์วาร์ด โดยผู้ที่ชักชวนเข้าไปนั้นต้องการที่จะสร้างเครือข่ายนี้ขึ้นให้มีลักษณะพิเศษ ที่จะมีคนเข้าถึงได้น้อยมาก และผู้ที่จะเข้าถึงได้จะต้องได้รับการเชื้อเชิญเท่านั้น

 ผู้ที่ชักชวนเหล่านั้นเชื่อว่านอกเหนือจากภาพลักษณ์ของสถานศึกษาจะสร้างเครือข่ายเล็กๆ แล้ว ยังเกี่ยวข้องกับการเป็นที่ดึงดูดจากเพศตรงข้ามด้วย เพราะสาวๆ ก็อยากจะรู้จักกับคนกลุ่มนี้

 ผู้คิดค้นนั้นตั้งต้นความคิดจากเรื่องนี้ แต่ไม่ได้ใช้สูตร-โครงสร้างภาษาคอมพิวเตอร์จากแนวคิดนี้ และต่อมาได้เพิ่มเติม-พัฒนาความคิดไปว่า เรื่องสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเป็นอภิสิทธิชนของคนในเครือข่าย แต่อยู่ที่ความสามารถของเครือข่ายในการเปิดโอกาสให้คนแต่ละคนนั้นมาสร้างสังคมกันเอง และปิดกั้น-เชื้อเชิญกันเองได้ต่างหาก ดังนั้นเฟซบุ๊กจึงเป็นเครือข่ายทางสังคมที่มีลักษณะธรรมชาติกว่า เพราะแต่ละคนสามารถสร้างระบบการกีดกัน และระบบติดตามข่าวสารของเพื่อนฝูงได้เอง และแม้ว่าในระยะเริ่มแรกนั้นการเชื่อมโยงจะเริ่มจากเรื่องของการได้รับการศึกษาจากสถานที่เดียวกัน ทั้งในวันนี้ หรือในกรณีของศิษย์เก่า

 เสียดายว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้กล่าวไปถึงว่าเฟซบุ๊กกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิทางการเมืองของบ้านเรามาหลายเดือนแล้ว ทั้งที่ในตอนต้นนั้นเฟซบุ๊กเป็นแค่เพียงเว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารที่นักการเมืองจะสร้างเอาไว้ให้ผู้คนติดตามเท่านั้น

 ขณะที่วันนี้เฟซบุ๊กกลายเป็นพื้นที่ไล่ล่า และด่าทอกันในทางการเมือง มีการไล่เปิดไล่ปิด ไล่ด่า ไล่มุงกันอย่างสนุกสนาน... แถมยังแอบมาโฆษณากันเข้าไปอีก...