
"รอสัญญาณ"
จดหมายของ "อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง" ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของพวกเสื้อแดง ถือว่ามาถูกช่วงถูกเวลา เพราะหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษายกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่า "เข้าทาง" ฝ่ายไม่ชอบรัฐบาลภายใต้การนำของ "พรรคประชาธิปัตย์"
ถือเป็นการ "รวมพล" คนจ้องล้มรัฐบาล คำตัดสินคดียุบพรรคถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่จะนำไปใช้โจมตีการทำหน้าที่ของ "องค์กรอิสระ"
ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไปการรวมพลคนหลากสีจะเริ่มขึ้น
ในส่วนของฝ่ายกองทัพและตำรวจนั้น แม้จะเห็นด้วยกับท่าทีของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ที่เห็นว่า คนสองสีกำลังจะกลายเป็นต้นเหตุของความวุ่นวาย แต่ก็ทำได้เพียงเฝ้าจับตาดูท่าที และรอคำสั่งของฝ่ายการเมืองเท่านั้น
ส่วนการปฏิบัติ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะ ในเรื่องของ สองมาตรฐาน
ฝ่ายเหลืองที่เร่งเร้าให้รัฐบาลดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะปัญหาชายแดน ก็สร้างความหนักอกหนักใจให้แก่กองทัพ ที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ชายแดนไม่เกิดการกระทบกระทั่ง
เพราะหากรุนแรงและเกินเลยไปมากจนยากจะควบคุมนั่นก็คือ "สงคราม"
ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับประเทศใดเลยที่จะก่อสงครามกับเพื่อนบ้าน
ในส่วนของตำรวจนั้น เมื่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์สิ้นสุดลงแล้ว ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งของการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น
แน่นอนว่า จดหมายของ "แดงตัวเอ้" อย่าง อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ปลุกเร้าให้คนเสื้อแดงที่ไม่เพียงในประเทศ หากแต่ครอบคลุมไปถึงนอกประเทศให้ลุกขึ้นมาต่อต้าน-โค่นล้ม รัฐบาลและอำมาตย์ ย่อเกิดผลกระทบต่อมวลชน
ส่วนจะกระทบมากน้อยแค่ไหน ยังเร็วไปที่จะประเมิน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในพื้นที่ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ไม่พอใจรัฐบาล และไม่ฟังเหตุผลอื่นใด
สิ่งที่หน่วยงานด้านการข่าวของทั้งกองทัพและตำรวจเฝ้าจับตาก็คืองานทอล์กโชว์ของคนเสื้อแดงที่ห้างอิมพีเรียล ในวันที่ 5 ธันวาคม ที่ใช้ชื่องานว่า "วอน นอน คุก" ว่าจะอย่างไร ใครไปบ้าง และเนื้อหาเป็นอย่างไร
ในขณะที่คนไทยทั้งประเทศกำลังเฉลิมฉลอง "วันพ่อ" 5 ธันวาคม ไม่แน่ว่างาน "วอน นอน คุก" ที่คนเสื้อแดงจะจัดขึ้นอาจเป็นจุดที่ทำให้เกิดประกายแพร่ขยายออกไป
ทั้งนี้ ฝ่ายกองทัพและตำรวจต่างยืนยันตรงกันว่า "แกนนอน" อย่าง สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่พยายามเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์นั้น กำลังสร้างปัญหาให้
พฤติการณ์แบบเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา กำลังได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน และมีบรรทัดฐานเดียวกันกับที่เคยใช้กับคนสีอื่น
"มวยหมู่ไม่มีแล้วนับจากนี้ จะมีก็แค่ เป็นกลุ่มเล็กๆ" นั่นคือบทสรุปของหน่วยงานด้านการข่าว
ซึ่งทั้งตำรวจและทหารต่างสรุปตรงกันว่า การใช้กฎหมายจัดการอย่างจริงจัง-เข้มข้น และไม่เป็นสองมาตรฐานคือ ทางออกที่ดีที่สุด
เพราะในวันนี้ กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงในพื้นที่ต่างจังหวัดยังคงเฝ้ารอ "สัญญาณ" และการเปิดตัวส่งจดหมายผ่านเว็บไซต์ของ "อริสมันต์" ครั้งนี้ ก็กำลังเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ว่า นี่คือ สัญญาณรอบใหม่ จาก "นายใหญ่" หรือไม่
ศรายุทธ สายคำมี



