ข่าว

ปฏิเสธข่าวกกต.กดดันอภิชาตลาออก

ปฏิเสธข่าวกกต.กดดันอภิชาตลาออก

01 ธ.ค. 2553

เลขาฯกกต.ปฏิเสธข่าว กกต.กดดัน “อภิชาต” ลาออกปธ.กกต. ยันทำหน้าที่โดยสุจริต ระบุยังเก็บตัวเงียบไม่แจงสังคม เพราะรอคำวินิจฉัยของศาลรธน. ไม่ต้องการออกมาแก้ตัว

(1ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเวลา 10.00 น.มีการประชุมกกต.ตามปกติ ซึ่งกกต.ทั้ง 5 คน ได้เดินทางมาประชุม โดย กกต.ส่วนใหญ่ต่างหลบเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ของสื่อมวลชน มีเพียงนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยเท่านั้นที่ออกมาให้สัมภาษณ์ นอกจากนี้ ในช่วงเวลา 13.30 มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค ได้เข้ามาศึกษาการทำงานของ กกต.โดยมีการจัดบรรยายที่ห้องประชุม 704 ซึ่ง กกต.ทั้ง 5 คน เข้าร่วมเป็นผู้บรรยาย แต่ทั้งนี้ ทางสำนักงาน กกต.ได้ห้ามผู้สื่อข่าวขึ้นไปทำข่าวดังกล่าว

 ต่อมา 16.45 น.นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุม กกต.ในวันนี้มีการหารือถึงประเด็นที่สื่อมวลชนได้นำเสนอเรื่องที่มีการกดดันให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีกกต.คนหนึ่ง ให้ กกต.อีกคนหนึ่งรับตำแหน่งประธาน กกต.แทน

 "ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ตนอยู่ในห้องประชุม ยืนยันว่าที่ประชุมมีการพูดคุยถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจริง แต่ไม่มีการกดดันให้ประธาน กกต.ลาออก ทำให้การประชุมในวันนี้ (1 พ.ย.) นายอภิชาต จึงถาม กกต.ทุกคนว่าได้พูดตามที่มีการเสนอข่าวหรือไม่ โดย กกต.ทุกคน ยืนยันว่าไม่ได้พูดในลักษณะนั้น จึงอยากให้สื่อแก้ข่าวด้วย"  นายสุทธิพล กล่าวและว่า

 อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญขณะนี้ยังไม่แน่นอน เพราะยังไม่มีฉบับที่เป็นทางการ ทางสำนักงาน กกต.จึงรอให้มีฉบับอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะให้สำนักงานกิจการพรรคการเมืองทำการคัดคำวินิจฉัยมาศึกษา

 “นายอภิชาตได้แสดงความเป็นห่วงเพราะตอนนี้ข้อเท็จจริงยังมีความคลาดเคลื่อน จึงควรต้องรอผลคำวินิจฉัยที่เป็นทางการจากศาลก่อน แล้วจะมาดูว่าเราควรชี้แจงอย่างไร เพราะหากชี้แจงไปก่อนอาจกลายเป็นการเปิดประเด็นโต้แย้งศาลได้ ซึ่งยืนยันว่าประธาน กกต.ทำหน้าที่โดยสุจริต ไม่พิจารณาตามบัญชาของใคร เรื่องความเห็นทางข้อกฎหมาย ของศาล นักกฎหมาย นักวิชาการ แต่ละคนก็มีมุมมองต่างกัน ไม่ควรนำความเห็นทางด้านกฎหมายมาบอกว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ที่สำคัญเราเป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบได้ แตะต้องได้ ไม่ใช่องค์กรเผด็จการ ที่สำคัญกกต.ยืนอยู่บนหลักกฎหมาย” นายสุทธิพล กล่าว

 นายสุทธิพล กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการยื่นคำร้องของนายทะเบียนพ้นจากกำหนดเวลาภายใน 15 วัน จึงทำให้สำนวนตกไปนั้น ขอเรียนว่า ทาง กกต.พิจารณาโดยยึดหลักกฎหมาย และยึดบรรทัดฐานจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยมา โดยศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ประกอบ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 2540 ที่ให้แนวว่าเมื่อความปรากฏต่อนายทะเบียนคือวันที่นายทะเบียนได้พิจารณาและเห็นชอบให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน ซึ่งทาง กกต.ก็ปฏิบัติตามแนวนั้น แต่ขณะเดียวกัน แนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในกรณีนี้นั้น เป็นการใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2550 ซึ่งยังไม่เคยมีบรรทัดฐานในการวินิจฉัยมาก่อน ดังนั้น เมื่อไม่มีการแปลความ และมีการเปลี่ยนบรรทัดฐาน ทำให้ เราต้องยึดแนวการวินิจฉัยของศาลในครั้งใหม่มาปรับใช้กับการทำงานของ กกต.ต่อไป

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่า ขณะนี้สังคมแสดงความกังขาต่อการทำหน้าที่ของประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียน เหตุใดประธานกกต.ยังไม่ออกมาชี้แจง นายสุทธิพล กล่าวว่า ประธานกกต.เห็นว่า หากออกมาชี้แจงในขณะนี้ก็อาจถูกมองว่า ออกมาแก้ตัว ดังนั้นจึงขอตรวจสอบคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญก่อน

"สดศรี"เสนอเรื่องยุบพรรคปชป.ใหม่ต่อศาลรธน.อีกครั้ง

   นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวในรายการ"เรื่องเด่นเย็นนี้"ทางช่อง  3 ว่า  การที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 3 เสียงให้ยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่มีความเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์กระทำผิดนั้น ตรงนี้ในทางกฎหมายแล้ว ก็ไม่ได้มีการกำหนดว่า นายทะเบียนจะต้องมีความเห็นภายในกี่วัน กี่เดือน กี่ปี   ดังนั้นก็น่าจะพิจารณาว่าจะสามารถยื่นฟ้องเรื่องดังกล่าวใหม่ได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็เป็นอำนาจของนายทะเบียนที่จะพิจารณาหากเห็นว่าจะยื่นฟ้องใหม่ แล้วเสนอมากกต.ก็ต้องพิจารณา