
อภิสิทธิ์ชมสกย.ช่วยหนุนเกษตรกรสวนยาง
นายกฯ ชื่นชม สกย.ช่วยสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางฯ เผยรัฐเร่งให้ความช่วยเหลือหลังประสบปัญหาน้ำท่วมถึงไร่ละ 6,007 บาท
(1ธ.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “ 50 ปี กึ่งศตวรรษสำนักงานกองทุนสงเคาระห์การทำสวยาง( สกย.) พัฒนายางไทย เทิดไท้องค์ราชัน ” โดยมีนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ พร้อมเกษตรกรให้การต้อนรับ
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับ 1 ในบรรดาสินค้าเกษตรทั้งหมดของไทย และเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรไม่กี่ชนิดที่มีการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ราคายางที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เกษตรกรทั่วประเทศมีความตื่นตัวสนใจปลูกยางพารามากขึ้น และประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ส่งออกหลักของโลก ในปี 2553 ไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารา 17.52 ล้านไร่ มีผลผลิตยาง 3.212 ล้านตัน มีมูลค่าการส่งออก 2.76 ล้านตัน ซึ่งถ้านับเป็นมูลค่าที่ไม่รวมผลิตภัณฑ์ยาง จะเป็นมูลค่าถึง 2 แสน 3 หมื่น 303 ล้านบาท รัฐบาลจึงได้กำหนดให้ยางพาราเป็นพืชยุทธศาสตร์ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนายางพาราทั้งระบบ ตั้งแต่เรื่องการบริหารจัดการ การพัฒนาระบบงานข้อมูล การเพิ่มมูลค่า การวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมด้านเงินทุนและงานด่นการตลาด
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเสนอร่างพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยเพื่อรวมหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนายางพาราทั้งระบบไว้ด้วยกัน รวมทั้งให้การดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนายางพารามีเอกภาพ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาลงมติรับหลักการร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบยุทธศาสตร์พัฒนายางพาราฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2552 – 2556 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงบประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราให้มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
“อาชีพสวนยางพาราเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันมีเกษตรกรประมาณ 6 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนี้ รัฐบาลต้องการเห็นการทำอาชีพการทำสวนยางมีความมั่นคงและยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และพยายามแก้ไขปัญหายางพารา โดยเฉพาะในเรื่องของราคาด้วยการรักษาความสมดุลย์ของอุปสงค์และอุปทาน มีการตกลงกับประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ให้มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศขึ้น เป็นส่วนสำคัญทำให้ราคายางพาราสูงขึ้น อย่างไรก็ตามเพื่อความยั่งยืนของรายได้ในระยะยาว เรายังต้องเดินหน้าปฏิรูปการพัฒนายางพาราไทยเพื่อให้เกิดกระบวนการพัฒนาใหม่ที่สามารถสนับสนุนเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับอุทกภัยและภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงในรอบหลาย 10 ปี ระหว่างเดือน ส.ค.-พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติถึง 65 จังหวัด ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางก็ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเสียหายโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับพืชอื่นๆ ในราคาร้อยละ 55 ของต้นทุนหรือประมาณไร่ละ 6,007 บาท โดยกระบวนการการช่วยเหลือมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือให้ถึงมือเกษตรกรโดยเร็ว เช่นเดียวกับที่รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนครอบครัวละ 5,000 บาท โดยใช้วีการจ่ายเงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษรและสหกรณ์(ธกส.) ส่วนกรณีของสวนยางพาราที่เป็นพื้นที่ป่าสงวนหรือที่หวงห้ามอื่นๆ ก็ได้มีการมอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือและแก้ปัญหาการใช้พื้นที่ดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน สกย.มีสาขา 108 แห่งครอบคลุม 60 จังหวัด ทั่วประเทศและมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนายางพารา ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญซึ่งรัฐบาลขอชื่นชมการทำหน้าที่



