ข่าว

ไทยเตรียมจัดการประชุมAMEDที่กรุงเทพฯ

ไทยเตรียมจัดการประชุมAMEDที่กรุงเทพฯ

01 ธ.ค. 2553

ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม AMED ครั้งที่ 3 วันที่ 14-15 ธ.ค.นี้ ที่กรุงเทพฯ เชื่อ มีผู้แทนจากเอเชีย-ตะวันออกกลาง เข้าร่วมกว่า 500 คน ชี้เป็นสิ่งยืนยันถึงความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ในไทย

 (1ธ.ค.) นายประวิตร ชัยมงคล อธิบดีกรมเอเชียใต้ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมกรอบความร่วมมือเอเชีย-ตะวันออกกลาง (Third Asia - Middle East Dialogue Ministerial Meeting: AMED) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ “Strengthening Cooperation towards Common Prosperity” โดยมีผู้แทนระดับรัฐมนตรี ภาคเอกชนและประชาสังคมของประเทศสมาชิกจาก 49 ประเทศและองค์การบริหารปาเลสไตล์ ทั้งนี้ AMED ถือเป็นเวทีเชื่อมความสัมพันธ์ที่สําคัญระหว่างภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง เพื่อผลประโยชน์ของภูมิภาคร่วมกัน

 นายประวิตร กล่าวว่า ประเด็นสําคัญที่จะมีการหารือกันระหว่างการประชุมครั้งนี้ ครอบคลุม 3 เสาหลัก ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยมุ่งเน้นถึงการมองลู่ทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อแก้ไขประเด็นที่ท้าทาย และเป็นภัยคุกคามต่างๆ ในโลกปัจจุบัน อาทิ การต่อต้านการก่อการร้าย ปัญหาโจรสลัดและความมั่นคงทางทะเล ปัญหาภาวะทดถอยทางการเงิน วิกฤติการเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 นายประวิตร กล่าวอีกว่า สําหรับประเทศไทยแล้ว เตรียมที่จะเสนอให้ไทยเป็นประเทศแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของ AMED เพื่อจะรับมือกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไปตามแนวทางความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ยังสร้างโอกาสให้ประเทศไทยได้มีโอกาสเพิ่มพูนปฏิสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคทั้งสอง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงภาคประชาสังคมของไทยสามารถเข้าถึงโลกมุสลิมและมีความตื่นตัว รู้จักเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และสังคมของชาวตะวันออกกลาง รวมไปถึงเกี่ยวกับภูมิภาคตะวันออกกลาง/ประเทศสมาชิก AMED มากขึ้น

 นายประวิตร กล่าวด้วยว่า การที่มีผู้แทนระดับรัฐมนตรี 19 ประเทศ และผู้แทนจากภูมิเอเชีย และตะวันออกกลาง กว่า 500 คน เดินทางมาร่วมประชุม น่าจะเป็นสิ่งยืนยันถึงความเชื่อมั่นในความปลอดภัย และสถานการณ์การเมืองในไทย โดยการประชุมครั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้การดูแลในเรื่องรักษาความปลอดภัย และคุมกันความปลอดภัยให้กับคณะผู้แทนเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หวังว่า การประชุมครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมฟื้นฟูการท่องเที่ยว และเรียกนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางให้กลับมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น