
แนะวิธีปชช.ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรธน.
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ แนะวิธีการที่จะทำให้ประชาชนยอมรับในคำวินิจฉัยศาล ต้องสร้างระบบให้มีการตรวจสอบได้ สดศรี"ยันกกต. 5 คนไม่ลาออก ชี้ 12 เม.ย. 53 วันที่นายทะเบียนให้ความเห็น เข้าเงื่อนไขเวลา 15 วัน
(1ธ.ค.) ที่รัฐสภา นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายยังคงเคลือบแคลบแคลงในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อการยกคำร้องใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์ ว่า สิ่งที่จะทำให้มีการตรวจสอบศาลได้นั้น จะต้องเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาท และให้ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทได้เฉพาะในศาลเท่านั้น เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อคำวินิจฉัยของตุลาการได้อย่างเป็นอิสระ เพราะที่ผ่านมาตุลาการได้เอาอำนาจประชาชนไปใช้ ซึ่งก็จะทำให้ตุลาการแต่ละคนมีความระมัดระวังและมีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากทำเช่นนี้ได้แล้วก็จะทำให้ปัญหาการไม่ยอมรับในคำวินิจฉัยลดน้อยลง อีกทั้งที่ผ่านมาอำนาจ 3 ฝ่าย ประชาชนตรวจสอบได้เพียงแค่ ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติเท่านั้น ส่วนอำนาจตุลาการประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้เลย
เมื่อถามว่าจะแก้ไขกฎหมายหมิ่นศาลได้หรือไม่ นายอัษฎางค์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสังคมว่ามีความกระตือรือร้นต่อเรื่องดังกล่าวมากน้อยแค่ไหน เพราะต้องมีการระดมความคิดเห็นว่าจะเอาหรือไม่ ถ้าจะมีการตรวจสอบการใช้อำนาจตุลาการโดยประชาชนหรือไม่ อีกทั้งการแก้กฎหมายดังกล่าวจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เพราะหลายคนอาจจะกลัวสูญเสียอำนาจ
“สดศรี"ยันกกต.5คนไม่ลาออก
ที่สำนักงาน กกต. นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ด้านกิจการพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น 24 ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้เคยออกความเห็นในการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 แล้วให้ยกคำร้องในคดีดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมกกต.ได้สอบถามแล้วว่าเป็นความเห็นนายทะเบียนพรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งครั้งนั้นนายอภิชาตยืนยันว่าเป็นการออกความเห็นในฐานะประธานกกต. และให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบของนายทะเบียนพรรคการเมืองเพิ่มเติมในกรณีนี้ และใช้เวลาในการสอบ 3 เดือน จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2553 จึงสอบเสร็จและเสนอกลับมาว่าสมควรให้มีการยุบพรรค
นางสดศรี กล่าวอีกว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญจึงเสนอให้มีการลงมติร่วมกันของ กกต. น่าจะถือว่าวันที่ 12 เมษายน 2553 เป็นวันที่นายทะเบียนให้ความเห็น ทั้งนี้ยืนยันได้ว่า กกต.ไม่ได้ละเลยเรื่องของกำหนดเวลาแต่อย่างใด นอกจากนี้ กกต.ยังยึดการวินิจฉัยยุบพรรคเล็ก 3 พรรค(พรรคธัมมาธิปไตย พรรคพลังธรรม พรรคธรรมชาติไทย) ของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2550 มาเป็นแนวทางพิจารณาด้วย อีกทั้งต้องถือว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอันสิ้นสุด ซึ่ง กกต.ทั้ง 5 คนไม่จำเป็นต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบ
ส่วนกรณีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในข้อกล่าวหาอาจได้รับเงินบริจาค 258 ล้านบาทที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญนั้น นางสดศรี กล่าวว่า เป็นความผิดคนละมาตรา ซึ่งคดี 258 ล้านบาทถือเป็นความผิด มาตรา 95 พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ที่ไม่มีเงื่อนไขเวลา แต่เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องยื่นผ่านอัยการสูงสุดไม่ได้ยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเอง และทางอัยการสูงสุดได้รับเรื่องแล้วว่า การยื่นเรื่องของ กกต.ยังอยู่ในกำหนด 30 วันในการยื่นคำร้องต่อศาล
คกก.ญาติวีรชนเชียร์อภิสิทธิ์-ชวนยืนหยัดปชต.
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ออก แถลงการณ์ญาติวีรชนพฤษภา ’ 35 ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน ความว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองไทยปัจจุบัน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ในฐานะองค์กรภาคประชาชนที่ได้ผ่านและพบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเมื่อ 18 ปีก่อน จากการสูญเสียในอดีต มีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางความคิดของสังคมไทย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่ชอบธรรมอย่างเช่น ประชาชนและวีรชนฯ ได้เคยเสียสละเพื่อให้ได้มา คณะกรรมการญาติวีรชน ฯ ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ ดังนี้
1. ขอแสดงความยินดีกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวน หลีกภัย ที่สามารถรักษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้ดำรงอยู่และก้าวพ้นเคราะห์กรรม ยืนหยัดให้ระบอบประชาธิปไตยก้าวหน้า และพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ให้สมกับที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบัน 2. ใคร่ขอให้ทุกฝ่ายของสังคมไทย เคารพคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีข่าวจากคลิปฉาวโฉ่ที่ปรากฏตามสื่อมวลชนทุกแขนง ได้สร้างความสับสน สงสัยต่อความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมแก่สังคมไทย ว่าสาระของความจริงนั้นเป็นอย่างไร และใคร หรือท่านใด ควรต้องเป็นผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการญาติวีรชน ฯ ขอเรียกร้องให้มีการชี้แจงต่อเรื่องดังกล่าว โดยเร่งด่วน
นายอดุลย์ กล่าวต่อว่า 3. ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง แสดงความรับผิดชอบในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีคำพิพากษา โดยอ้างเงื่อนเวลาที่คณะกรรมการเลืองตั้งเสนอมาเป็นเหตุ จึงไม่อาจมีคำพิพากษาได้ ทำให้คำร้องขอยุบพรรคประชาธิปัตย์ตกไป สังคมไทยจึงไม่มีโอกาสทราบข้อเท็จจริงสาระของคดี เพราะหากมีการวินิจฉัย และมีการพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะเป็นประโยชน์ให้มีบรรทัดฐานต่อสังคมไทยและเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต 4. คณะกรรมการญาติวีรชน ฯ ขอเรียกร้องให้ฝ่ายการเมือง หรือผู้ใช้อำนาจรัฐ หยุดการกระทำที่เปรียบเทียบองค์กรภาคประชาชนกับนักการเมือง อย่างเช่นกรณี นายสนธิ ลิ้มทองกุล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือนายอภิสิทธิ์เพราะนายสนธิ คือองค์กรภาคประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง เช่นอีก 2 คน ที่กล่าวถึง คณะกรรมการญาติวีรชน ฯ จึงขอเรียกร้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่มีจุดยืนในการเรียกร้องการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านนักการเมืองที่สกปรก การทุจริตประพฤติมิชอบของผู้ใช้อำนาจรัฐ และความไม่เป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรม รวมถึงองค์กรประชาธิปไตยอื่นๆ ได้ร่วมมือกันรักษาสิทธิเสรีภาพความเป็นมนุษย์ของตน เพื่อคุณประโยชน์ของสังคมไทย และกำจัดอำนาจนอกระบบให้สิ้นไป
นายอดุลย์ กล่าวต่ออีกว่า คณะกรรมการญาติวีรชน ฯ มีความเชื่อมั่นว่าสังคมไทย ได้พัฒนาความคิดเกี่ยวกับทางการเมือง ก้าวหน้าไปมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และรังเกียจการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบจากฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะผู้ใช้อำนาจรัฐและกองทัพ ดังเช่นอดีตที่ผ่านไป



