
กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ย0.25%มีผลทันที
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จาก 1.75% เป็น 2.00% โดยให้มีผลทันที
เนื่องจากการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำมีความจำเป็นน้อยลงในภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในอัตรา 7-8% ในปีนี้ และเติบโต 3-5% ในปีหน้า จึงเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยควรปรับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากใช้ดอกเบี้ยต่ำมาเกือบ 2 ปี โดยกนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยล่าสุด 0.25% ต่อเนื่องกัน 2 ครั้ง เมื่อการประชุมเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมา อีกทั้งขณะนี้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงของไทยติดลบ 1.6-1.7% ซึ่งเป็นการติดลบสูงสุดในภูมิภาค ยกเว้นอินเดีย โดยเห็นว่าดอกเบี้ยติดลบไม่เหมาะกับเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ เพราะจะทำให้เกิดการเสี่ยงในการเก็งกำไรสินทรัพย์ เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาฟองสบู่ ความไม่สมดุล และไม่สนับสนุนการออม
นอกจากนี้ แนวโน้มเงินเฟ้อระยะต่อไปมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจ โดยเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ 2.8% เงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยปีนี้น่าจะอยู่ที่ 3.4% และมองว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานจะสูงขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งกว่าที่ผลจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งไปผ่านไปยังภาวะเศรษฐกิจต้องใช้เวลา 4-8 ไตรมาส ดังนั้น จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยจะต้องกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ส่วนที่วิตกกันว่าจะเกิดส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยไทยกับดอกเบี้ยสหรัฐมากขึ้น จนทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเข้ามาในไทยสูงนั้น ยืนยันว่าส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย คือพื้นฐานเศรษฐกิจจริง ซึ่งเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในปีหน้า จึงมีเงินทุนไหลเข้ามาทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้น และทำให้ดอกเบี้ยปรับขึ้นตาม อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยของไทยในอนาคต



