
กกต.ยืนยันไม่บกพร่องกรณียุบปชป.
สมชัยยืนยันกกต.ไม่บกพร่องกรณียุบพรรคปชป. เห็นใจ"ปธ.กกต."ถูกสังคมมองไม่ดี ยันกกต.ไม่ลาออก เพราะยังมีภารกิจจัดการเลือกตั้ง ด้านรองเลขาธิการกกต. ย้ำ ยึดคำวินิจฉัยศาลกรณียุบพรรคการเมืองอื่น ชี้คดี 258 ล้านไม่ซ้ำรอยคดี 29 ล้านบาท
(1ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ให้สัมภาษณ์ถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติให้ยกคำร้องคดีเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า กกต.กับศาล มองกรณีนี้ในมุมที่ต่างกัน กกต. 3 เสียงมีความเห็นให้นายทะเบียนพรรคการเมืองไปทำความเห็นกรณีดังกล่าวมาก่อนนั้นเป็นการให้นายทะเบียนไปดูอีกครั้งเสนอความเห็นเข้าที่ประชุมกกต. นายทะเบียนเห็นอย่างไรกกต.ก็อาจจะเห็นตามนั้น ดังนั้นที่นายทะเบียนซึ่งถือว่าเป็นการดำรงตำแหน่งประธานกกต.ด้วยนั้นได้มีมติออกมาในวันที่ 12 เม.ย. 53 ให้ส่งคดีดังกล่าวไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นถือว่านายทะเบียนได้มีความเห็นในวันนั้น ซึ่งตนเห็นด้วยกับตุลาการเสียงข้างน้อยที่เห็นว่า กระบวนการนั้นชอบแล้ว ซึ่งมีความเห็นเหมือนกับกกต. แต่เราก็เคารพในความเห็นของตุลาการเสียงข้างมาก ที่ออกมาเช่นนี้
เมื่อถามว่า ความเห็นของศาล ชี้ว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่ได้ทำความเห็นจึงยกคำร้องนั้น นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนนี้กกต.ระบบของเราไม่มีรูปแบบทางกฎหมายที่ชัดเจน แต่ในกฎหมายระบุไว้เพียงว่าให้นายทะเบียนมีความเห็นและส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญโดยความเห็นชอบของกกต. และประธานกกต.ก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ และขณะนั้นก็เห็นชอบโดยกกต.ตนจึงเห็นด้วยกับตุลาการเสียงข้างน้อย
“ ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของกกต.ไม่ได้บกพร่องและได้ดูอย่างดีแล้ว ทั้งนี้ก็น่าเห็นใจประธานกกต.ซึ่งท่านก็ได้ทำหน้าที่ของท่านอย่างดีแล้ว หากขาดท่านไปแล้วจะรู้สึก จะมาเรียกร้องอะไรอีก และท่านเองมีความรู้สึกว่า สังคมมองตัวท่านไม่ค่อยดี ได้ปรับทุกข์และบ่นน้อยใจ ไม่สบายใจกับกระแสวิจารณ์การทำงานที่เห็นว่าบกพร่อง และมองในแง่ไม่ดี ทำให้นายอภิชาตไม่สบายใจเท่าใด ซึ่งเรื่องนี้ลองถามกับตัวนายอภิชาตเอง ว่าจะลาออกหรือไม่ ” นายสมชัย กล่าว
เมื่อถามว่า ในที่ประชุมกกต.เมื่อวันที่ 30 พ.ย.นั้น มีรายงานข่าวว่านายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ได้ชักชวนกกต.ลาออกทั้งคณะเพื่อแสดงความรับผิดชอบ นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบเพราะออกจากที่ประชุมก่อน
เมื่อถามอีกว่า สังคมภายนอกได้เรียกร้องให้กกต.แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกนั้น นายสมชัย กล่าวว่า พอกกต.ผิดก็ออกมาอัดกัน ตนเห็นว่าคนที่ออกมาพูดในลักษณะเช่นนี้น่าจะเป็นพวกที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากกต. จึงออกมากดดันให้กกต.ชุดนี้ลาออก เพื่อที่จะได้หาผู้มาทำหน้าทีเป็นกกต.ชุดใหม่ และอนุมัติเงินให้ อย่างไรก็ตามกกต.มีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบอีกมากมาย เช่น การเลือกตั้งซ่อม 5เขต ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค. นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาเรื่องของการเลือกตั้งท้องถิ่นด้วย หากออกไปตอนนี้ก็จะมีปัญหาได้ เพราะฉะนั้นเราคงต้องอยู่ให้ครบเทอมจะออกตอนนี้ไม่ได้ ถ้าสมควรออกตามวาระก็ต้องออก
ด้านนายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าคดีล่วงเลยเวลา 15 วันตามที่กฎหมายกำหนดว่า ความเห็นทางกฎหมายคงไม่ไปก้าวล่วงลงไปในความเห็นศาล แต่ความเห็นของนายทะเบียนในลักษณะเช่นนั้นคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นคดีแรก แต่มีหลายคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยออกมา ซึ่งเราก็ได้ยึดความวินิจฉัยดังกล่าวปฏิบัติมาโดยตลอดจากคำวินิจฉัยที่ผ่านมา 3 ครั้ง ในการยุบพรรคธัมมาธิปไตย พรรคพลังธรรม และพรรคธรรมชาติไทย ยืนยันตามข้อเท็จจริงและทางกกต.ยึดหลักข้อกฎหมาย และเห็นว่ามีความผิดปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 12 เม.ย.53 นายทะเบียนฯจึงมีความเห็นและลงมติว่า ให้ยื่นคำร้องต่อศาล ดังนั้นเรากรณีดังกล่าวเราจึงถือว่าวันที่ 12 เม.ย.53 นั้นเป็นความปรากฏต่อนายทะเบียน
“ ในเรื่องเงื่อนไขของ 15 วันเรารู้มาโดยตลอดไม่ใช่เราไม่รู้ อีกทั้งยังได้ยึดหลักแนวทางมาโดยตลอด และคดีนี้ก็ถือว่ายังไม่ขาดอายุความ ถ้าตามแนวปฏิบัติเดิมที่ศาลเคยวินิจฉัยไว้ อีกทั้งเรื่องนี้มีเพียงตุลาการท่านเดียวที่เห็นว่าคดีหมดอายุความเกิดเวลา 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนตุลาการอีก 3 คนก็เห็นในประเด็นอื่นที่เราก็ถือว่ายอมรับได้ ยืนยันทำอย่างถูกต้องรอบคอบและเต็มที่ และไม่รู้สึกถอดใจหรือหมดกำลังใจถึงแม้ว่าคดี 29 ล้านบาทนั้นศาลจะยกคำร้องไปแล้วก็ตาม ” นายธนิศร์ กล่าว
เมื่อถามว่า ผลคำวินิจฉัยคดีนี้จะส่งผลให้ เงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาทรอดหรือไม่ นายธนิศร์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทนั้น ได้มีการพิจารณาตามมาตรา 94และ95 พ.ร.บ.พรรคการเมืองและได้ยื่นต่ออัยการสูงสุดไปแล้ว กรณีดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลในเรื่องเงื่อนเวลา เพราะได้ดำเนินการตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดภายในเวลา ส่วนผลของคดีจะเป็นอย่างไรไม่ขอออกความเห็น เพราะคดีก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแล้ว



