ข่าว

แหล่งน้ำดิบแห้ง...สัญญาณเตือนภัยประจวบคีรีขันธ์

แหล่งน้ำดิบแห้ง...สัญญาณเตือนภัยประจวบคีรีขันธ์

02 ธ.ค. 2553

ขณะที่หลายจังหวัดทางภาคกลางเพิ่งจะฟื้นตัวจากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ต่อเนื่องมาจนถึงพฤศจิกายน แต่สำหรับที่ประจวบคีรีขันธ์สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ขณะนี้ เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม และนั่นคือสิ่งที่ทุกฝ่ายเริ่มเป็นกังวล เมื่ออ่าง

  เบื้องต้นทางจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่เขต อ.เมือง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้ง เพื่อนำงบประมาณมาดำเนินการแก้ไขปัญหาก่อนลุกลาม และยังจัดสรรน้ำเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ปัญหาที่ท้าทายในขณะนี้ก็คือปฏิบัติการฝนหลวง ก็ยังไม่สามารถทำให้ฝนตกลงมาได้เนื่องจากสภาพของความชื้นไม่เพียงพอ

 แนวทางของทางจังหวัดที่ทำได้ในขณะนี้ก็คือ 1.ระดมขุดลอกพื้นที่รับน้ำให้มากขึ้น เพื่อดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ 2.สำรวจหาปริมาณแหล่งน้ำจากคลองและลำห้วย รวมถึงการขุดบาดาลเพื่อเชื่อมเข้าท่อ เสริมการผลิตประปา 3.การประปาส่วนภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์  ต้องหาแหล่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำอื่นเข้ามาเสริม เพื่อผลิตน้ำประปาแจกจ่าย

 "ผมสั่งการทุกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เทศบาล อำเภอเมือง ต้องทำแผนช่วยเหลือผู้เดือดร้อน โดยเฉพาะการสำรวจรถน้ำและแหล่งน้ำที่สามารถนำน้ำมาช่วยผู้ประสบภัย" วีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าว

 สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้สำหรับอ่างเก็บน้ำบ้านคลองบึง สามารถเก็บกักน้ำได้ถึง 22 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันเหลือน้ำอยู่เพียง 8 แสนลูกบาศก์เมตร เท่ากับว่าน้ำที่จะสูบไปใช้ได้เพียง 1 เดือน เท่านั้น หากฝนไม่ตกก็จะส่งผลให้พื้นที่ในเขตอ.เมือง ประสบภาวะวิกฤติเรื่องน้ำอย่างรุนแรง สาเหตุสำคัญตั้งแต่ปี 2549 ปริมาณใช้น้ำจากอ่างคลองบึงอยู่ในภาวะใช้มากกว่าที่น้ำไหลเข้ามา ทำให้จนถึงปัจจุบันนี้  มีน้ำเหลือเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

 "หากวิกฤติจริงๆ ชลประทานเตรียมแผนรองรับที่จะช่วยพื้นที่ อ.เมือง คือ จะปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำบ้านยางชุม โครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอ่างเก็บน้ำห้วยวังเต็น อ.กุยบุรี ลงสู่คลองกุยบุรี เพื่อให้ทางการประปาส่วนภูมิภาค จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อท่อน้ำสูบไปทำน้ำดิบช่วยผู้ประสบภัย" สำเริง แสงภู่วงศ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุ

 สุเทพ ศิริสุข ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค สาขาประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า  แนวทางเร่งด่วนที่วางเอาไว้คือ ขอรับงบประมาณ 132 ล้านบาท เดินท่อขนาดความกว้างขนาด 500 มิลลิเมตร จากคลองกุยบุรี มาตามถนนเพชรเกษม ความยาว 22 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกับท่อหลักที่อ่างคลองบึง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 4 เดือนเต็ม หรือเมษายน 2554 ส่วนตอนนี้แก้ไขโดยการต่อท่อน้ำจากแหล่งน้ำตื้นหรือน้ำซับคลองบึง สูบขึ้นมาผลิตน้ำประปา เพื่อช่วยชะลอน้ำในอ่างคลองบึง แต่ก็คาดว่าจะใช้ได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น หากฝนยังไม่ตกลงมาย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำกว่า 1 แสนราย ใน อ.เมือง

 "เราได้ทำหนังสือของความอนุเคราะห์ไปยังกรุงเทพฯ เพื่อประสานขอรถน้ำ จำนวน 20 คัน ลงมาประจำในพื้นที่หากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำประปา ซึ่งรถน้ำแต่ละคันจะสามารถบรรทุกน้ำได้คันละ 8,000 ลิตร ขณะนี้ร่วมกับทางอำเภอเมือง ดูพื้นที่จุดที่จะไปบรรทุกน้ำจากพื้นที่ของอบต.เกาะหลัก แต่หากประชาชนเดือดร้อนในตอนนี้ทางเทศบาลเมือง ก็จะจัดรถบรรทุกน้ำไว้พร้อม 24 ชั่วโมง หากมีการร้องขอ" สุทธิชัย เกตุรักษา นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าว

 "ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาโดยการนำรถบรรทุกน้ำไปซื้อน้ำจากเอกชน แล้วมาแจกน้ำให้แก่ประชาชนวันละประมาณ 1.2 หมื่นลิตร ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ก็มีส่วนร่วมโดยการจ่ายค่าน้ำ การแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วยการขุดลอกทางน้ำเข้าไปสู่การผลิตประปาหมู่บ้านให้ได้ สิ่งสำคัญพยายามรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ช่วยกันประหยัดน้ำ ประเมินว่าปัญหาภัยแล้งในปีหน้าค่อนข้างน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง"  บุญฤทธิ์ ชูศรี นายกอบต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุ

 นี่คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับพื้นที่เขต อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์  จากการประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดิบที่จะมาใช้เพื่อผลิตน้ำประปาแจกจ่าย

"อภิชาติ หงษ์สกุล"