ข่าว

ไทยยันยังไม่ถอนทหารจากพท.พิพาท

ไทยยันยังไม่ถอนทหารจากพท.พิพาท

01 ธ.ค. 2553

โฆษกรัฐบาล ยันไทยยังไม่ได้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาทเขาพระวิหาร รอเขมรส่งสัญญาณแก้ข้อพิพาทที่ชัดเจนก่อน ด้านสื่อเขมรตีข่าวทหารไทยถอนกำลังจากวัดแก้วสิกขาฯแล้ว นักท่องเที่ยวเฮ หลังจ่อเปิดประตูด่านทางขึ้นปราสาทพระวิหาร

(1ธ.ค.) เวลา 10.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีมีกระแสข่าวจากกัมพูชาว่าไทยได้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาทรอบประสาทพระวิหารแล้วว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ โดยยืนยันว่ายังไม่มีการถอนทหารออกจากพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด กำลังทหารยังมีอยู่เท่าเดิมทั้งหมด ซึ่งนายกฯ ได้เน้นย้ำว่าไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าตราบใดที่ยังไม่ได้มีการตกลงกันเรื่องของวัด ตลาด หรือข้อสังเกตต่าง ๆที่เคยตั้งไว้กับกัมพูชา ก็จะยังไม่มีการจัดการถอนกำลังทหาร

 อย่างไรก็ตามขณะนี้การพูดคุยกันก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกัมพูชาเริ่มมีการจัดกำลังใหม่ที่ตลาด และบริเวณโดยรอบทางฝั่งประเทศเขาเอง ทั้งนี้เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับฝ่ายไทย ในส่วนของไทยเองก็พร้อมที่จะพูดคุยเพื่อลดข้อแม้หรือลดปัญหาตรงนี้ลง แต่ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าต้องมีการจัดการบริเวณตลาดก่อน ซึ่ง รมว.กลาโหมได้รายงานว่าทางกัมพูชาได้เริ่มดำเนินการบ้างแล้ว และได้มีการให้คนที่เข้าไปบุกรุกบริเวณนั้นให้ทยอยออกไป ซึ่งเราก็เฝ้าติดตามอยู่ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงกำลังจะต้องมีการตกลงกันให้ชัดเจนก่อน

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ในส่วนปราสาทพระวิหารนั้น ทางไทยยังไม่ได้มีการเปิดให้คนเข้าไป ส่วนบริเวณผามออีแดงนั้น เราได้บริหารจัดการของเราเพื่อให้ประชาชนเข้าไปได้บ้าง ซึ่งทางทหารคิดว่าน่าจะทำได้ แต่จะดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งนี้บรรยากาศระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยรวมขณะนี้ถือว่าดี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ รายงานว่า แหล่งข่าวน่าเชื่อถือ เปิดเผยว่า ด่านทางเข้าออกปราสาทพระวิหารจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทพระวิหารอีกครั้งวันที่ 5 ธ.ค. 53 นี้ หลังจากที่มีการปิดมาตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.2551 โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่าตามข้อตกลงของผู้บัญชาการระดับสูงของกัมพูชาและไทย ได้เห็นตรงกันว่าควรจะทำให้สถานการณ์ทางกองทัพหวนกลับมาเป็นปกติ  ซึ่งเรื่องนี้ทางกัมพูชาได้เรียกร้องมานานแล้ว

 แหล่งข่าวเปิดเผยต่อว่า เมื่อวันที่ 27 - 28 พ.ย. 53 ที่ผ่านมา หลุมบังเกอร์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นสำหรับใช้หลบภัยหากมีการเผชิญหน้าในช่วง 2 ปีกว่า ๆที่ผ่านมา ได้ถูกรื้อถอนออกหมดแล้ว  ส่วนทหารไทยจำนวน 10 นาย ที่ยังประจำการอยู่ภายในวัดแก้วสิกขาคีรีสะวาระมีกำหนดจะถอนกำลังออกจากพื้นที่วันที่  1 ธ.ค.นี้เวลา 13.00 น.

 สำหรับเรื่องการเตรียมเปิดด่านปราสาทพระวิหารอีกรอบนั้น ทางการจังหวัดพระวิหารได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยหลายอย่าง เช่น เตรียมตั้งร้านจำหน่ายสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่บริเวณหน้าทางขึ้นบันไดปราสาทเหมือนเมื่อก่อนจะเกิดเหตุการณ์วันที่ 15 ก.ค. 2551

 นายซอ ทาวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหารและประธานสำนักงานเลขาธิการพิเศษสำนักงานแห่งชาติ ได้ประชุมร่วมกับ พล.ท.เซร็ย   ดึก ผู้บัญชาการกองพลสนันสนุนที่ 3 เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 53 เพื่อพิจารณาจัดสร้างจุดจำหน่ายตั๋วสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยและพิจารณาสถานที่ตั้งร้านจำหน่วยสินค้าบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นปราสาทเหมือนเดิม แต่ตอนเย็นจะต้องกลับลงไปพักที่หมู่บ้านธรรมชาติตามเดิม

 นสพ.เกาะสันติภาพ ระบุด้วยว่า ข่าวที่ได้รับในวันนี้ แสดงให้เห็นว่า ปัญหาข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา - ไทย ที่ยืดเยื้อมานานร่วม 3 ปี  ถือเป็นประเด็นความขัดแย้งที่ไม่เกิดประโยชน์ที่ก่อขึ้นโดยฝ่ายไทยที่ต้องการคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก  นสพ.เกาะสันติภาพ ระบุ

 ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวทางจังหวัดศรีสะเกษ จะมีการเปิดแถลงข่าวการเปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บริเวณผามออีแดง ในช่วงวันหยุดเสาร์  อาทิตย์ โดยจะมีการจัดกิจกรรม เดิน - วิ่งเพื่อสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ พ่อแห่งชาติ ผามออีแดง สร้างสุขชายแดนไทย - กัมพูชา ในวันที่ 2 ธ.ค. 53 นี้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ