
'เทือก'เบิกความ'มาร์ค'ฟ้องหมิ่น'ตู่'
"สุเทพ"ขึ้นศาลเบิกความคดี"อภิสิทธิ์"ฟ้องหมิ่น"จตุพร" ยันไม่ได้สั่งฆ่าประชาชน แค่กระชับพื้นที่ ไม่ให้ใช้ความรุนแรง ถูกทุบรถต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากมหาดไทย
(1ธ.ค.) ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา เวลา 09.30 น.ศาลได้สืบพยานโจทก์คดีดำ อ.1962/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อชาติเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
กรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 52 จำเลยได้ปราศรัยด้วยเครื่องกระจายเสียงต่อหน้าประชาชนจำนวนกว่า 10,000 คนบริเวณวัดไผ่เขียว ย่านสายไหม หมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ทำนองว่า โจทก์เป็นคนออกคำสั่งให้ทหารยิงประชาชน เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน ใส่ร้ายประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง การรกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงเหตุเกิดที่แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. จึงนำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 52 ขอให้ลงโทษตาม ป.อาญามาตรา 326 , 328 , 332
โดยวันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เข้าเบิกความสรุปว่า ช่วงระหว่างการประชุม อาเซียนซัมมิท ที่พัทยา ได้ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าไปขัดขวางการประชุม ทำให้โจทก์ต้องประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและคุ้มครองผู้นำต่างประเทศให้เดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย โดย ภายหลังโจทก์ประกาศ พ.ร.ก.เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ได้นั่งรถยนต์เบนซ์ สีดำ ออกจากกระทรวงมหาไทย แต่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงบุกรุกและปิดล้อมทุบรถ ซึ่งขอยืนยันว่าโจทก์อยู่ภายในรถคันดังกล่าวจริง เนื่องจากพยานได้นั่งอยู่ในช่วงเกิดเหตุด้วย อีกทั้งไม่ได้มีการเปลี่ยนรถแต่อย่างใด จนกระทั่งสามารถหลบหนีออกมาได้
นายสุเทพ ยังเบิกความด้วยว่า นอกจากนี้โจทก์ก็ไม่ได้สั่งฆ่าประชาชนตามที่จำเลยกล่าวอ้าง ซึ่งภายหลังโจทก์ ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว ได้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใช้อาวุธและใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมต้องบาดเจ็บล้มตายและให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งทางคณะกรรมการ ศอฉ. ก็ได้ปฏิบัติตามนโยบายของโจทก์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ช่วงสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 ก็ไม่ได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมเลย แต่เป็นการกระชับพื้นที่โดยให้เจ้าหน้าที่ปิดกั้นเส้นทางโดยรอบบริเวณที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมกัน เพื่อเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงอาหารและไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมมาร่วมชุมนุมเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งแกนนำแดงยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยานเบิกความเรื่องอื่น แล้วเสร็จ ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไปในวันที่ 2 ธ.ค. นี้ เวลา 09.00น.



