
บุกจี้ร้านเซเว่นฯกวาดเงินหนีลอยนวล
สองโจรควงปืนบุกจี้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เมืองพัทยากวาดเงินหนีลอยนวล
(1ธ.ค.) เวลา 03.20 น. ร.ต.อ.ศุภวัฒน์ ลัทธปรีชา พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขากลางซอยหนองเกตใหญ่ ตั้งอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านอรรถพร ม.9 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.ท.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผกก.ปป.สภ.บางละมุง และกำลังตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุพบพนักงานในร้าน 4 คน ชาย 3 หญิง 1 ยืนรอความช่วยเหลืออยู่ในร้านด้วยสีหน้าตื่นตกใจ สอบถาม นายธนาคม เกษมสุข อายุ 24 ปี พนักงานในร้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับเพื่อนพนักงานกำลังทำงานอยู่ในร้าน โดยตนกับเพื่อนๆ ที่เป็นผู้ชายกำลังจัดเรียงสินค้า ส่วนพนักงานหญิงก็ทำหน้าที่เป็นแคชเชียร์ จู่ๆได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน บุกเข้ามาในร้าน ซึ่งคนร้ายคนแรกสวมกางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีขาวทับด้านนอกด้วยเสื้อเชิ้ตสีทึบแขนยาวและสวมหมวกกันน๊อคมีหน้ากากผ้าสีแดงปิดบังปากและถืออาวุธปืน
ส่วนคนร้ายอีกคนสวมกางเกงยีนต์ เสื้อเจ็คเก็ตสีน้ำเงินแบบผ้าร่ม และสวมหมวกแก๊ปมีหน้ากากผ้าสีขาวปกบิดใบหน้าและถือปืนด้วนเช่นกัน โดยคนร้ายแยกกันลงมือ คนแรกบุกเข้ามาใช้อาวุธปืนจี้ที่ศีรษะของนายวิชชกรณ์ ขนเปรม อายุ 29 ปี ซึ่งกำลังจัดของอยู่กลางร้านแล้วลากเข้าไปหลังร้านขู่ไม่ให้ส่งเสียงร้อง ส่วนคนร้ายอีกคนถือปืนบุกเข้าไปที่เคาเตอร์แคชเชียร์ใช้ปืนจี้ น.ส.วรัญญา ศรทองคำ อายุ 20 ปี สั่งให้เปิดลิ้นชักเก็บเงิน แต่ น.ส.วรัญญา ไม่ยอมเปิดให้โดยบอกว่าเงินทั้งหมดเก็บไว้ลิ้นชักข้างๆ กันไม่มีกุญแจเปิด
นายธนาคม ให้การต่อว่า เมื่อคนร้ายรู้ว่าพนักงานหญิงไม่มีกุญแจเปิดลิ้นชักเก็บเงิน จึงบอกให้คนร้ายที่กักตัวตนกับเพื่อนไว้หลังร้านให้พาตัวออกมาให้เปิดลิ้นชักให้คนร้ายจึงจับคอเสื้อตนลากออกจากหลังร้านใช้ปืนข่มขู่บอกให้เปิดลิ้นชักเก็บเงินให้ ครั้งแรกตนอ้างว่าไม่มีกุญแจ ทำให้คนร้ายไม่พอใจใช้ปืนซึ่งเป็นลักษณะปืนลูกโม่จ่อที่ศีรษะตนแล้วบอกว่าจะยิงให้ตายถ้าไม่เปิด จากนั้นก็หันกระบอกปืนยิงใส่จอคอมพิวเตอร์ที่ติดตัวไว้บนเคาเตอร์สำหรับไว้มองดูภาพกล้องวงจรปิดที่ติดตังไว้ในร้าน 1 นัดกระสุนปืนถูกจอแตกเสียหาย
ด้วยความกลัวจะถูกฆ่าจึงยอมเปิดลิ้นชักเก็บเงินให้ หลังจากได้เงินแล้วคนร้ายทั้ง 2 คนก็รีบพากันวิ่งหนีออกจากร้านไป โดยวิ่งหนีไปทางหลังร้าน ก่อนจะขี่จักรยานยนต์ที่จอดไว้ใกล้ๆกับร้านพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีลูกค้าหรือคนเห็นเหตุการณ์ เพราะว่าดึกมากและเชื่อว่าคนร้ายน่าจะดูลาดเลาอย่างดีก่อนเข้ามาลงมือ หลังเกิดเหตุพวกตนจึงตั้งสติและบอกให้ น.ส.วรัญญา ซึ่งอยู่ในอาการตกใจกลัวจนร้องไห้ไม่ยอมหยุดให้หยุดร้อง และช่วยแจ้งตำรวจพร้อมกับหัวหน้าสาขาให้ทราบทันที ทั้งนี้ พนักงานในร้านแจ้งว่าจากรูปร่างและลักษณะของคนร้ายรู้สึกคุ้นมาก น่าจะเคยเป็นลูกค้าประจำที่เข้ามาซื้อสินค้าในร้าน
พ.ต.ท.ศุภชัชจ์ กล่าว่า คนร้ายทั้ง 2 คน น่าจะเตรียมการก่อเหตุมาอย่างดี โดยอาศัยช่วงที่ไม่มีผู้คนเข้ามาก่อเหตุอย่างอุกอาจ ในเบื้องต้นได้สอบปากคำพนักงานในร้านทั้งหมดและนำจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกคนร้ายใช้ปืนยิงจนแตกเสียหายไปตรวจสอบ และนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายไปเป็นหลักฐานเพื่อให้ชุดสืบสวนแกะรอยจากภาพบันทึกเร่งตามล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป



