ข่าว

ศาลรธน.แจงเสียงข้างมากแบ่ง2แนวทาง

ศาลรธน.แจงเสียงข้างมากแบ่ง2แนวทาง

30 พ.ย. 2553

ศาลรธน.ร่อนหนังสือแจงตุลาการเสียงข้างมากแบ่งเป็นสองแนวทาง 3 คนเห็นพ้อง นายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่ทำความเห็น อีกหนึ่งชี้ขาดอายุความ

(30พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์และมีข่าวว่าตุลาการข้างมากที่เห็นควรยกคำร้องนั้นมีสองแนวทางในการวินิจฉัย โดยในวันนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทำเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์มาแจกจ่ายให้สื่อมวลชน โดยเนื้อหาว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.53 โดยมีมติเสียงข้างมาก 4 เสียง ให้ยกคำร้อง

 ตุลาการเสียงข้างมากดังกล่าว ประกอบด้วย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 3 เสียง วินิจฉัยให้ยกคำร้อง เนื่องจากความเห็นของประธานกกต.ที่ลงมติไว้เป็นคำวินิจฉัยส่วนตน ในการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 12 เม.ย.53 นั้น ไม่ถือเป็นความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 93 ดังนั้นนายทะเบียนพรรคการเมืองจึงยังมิได้มีความเห็นให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง และการให้ความเห็นชอบของกกต.เมื่อวันที่ 21 เม.ย.53 จึงเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนของกฎหมายในส่วนของสาระสำคัญ ไม่มีผลทางกฎหมายที่จะให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องได้

 ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากอีก 1 เสียง วินิจฉัยว่าพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 บัญญัติให้กกต.มีอำนาจหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมือง และนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมติของกกต. กรณีการยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคการเมืองตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 มาตรา 93 วรรคสอง มิได้บัญญัติให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ต้องเสนอความเห็นด้วยว่า พรรคการเมืองใดมีเหตุตามวรรคหนึ่งหรือไม่ เพื่อขอความเห็นต่อกกต.แต่อย่างใด ซึ่งหากนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอความเห็น ซึ่งความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมืองก็ไม่มีผลผูกพันกับกกต. แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องปฏิบัติตามมติของกกต. แม้ประธานกกต. ซึ่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองด้วยได้ลงมติเป็นเสียงข้างมากน้อยให้ยกคำร้อง ก็ต้องปฏิบัติตามมติของกกต.เสียงข้างมาก

 ขณะที่มาตรา 94 เป็นบทบัญญัติการกระทำต้องห้าม ซึ่งมีความร้ายแรงมากกว่ามาตรา 93 วรรคหนึ่ง ดังนั้นในมาตรา 94 จึงได้กำหนดกระบวนการในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไว้เป็นการเฉพาะต่างหาก กล่าวคือ นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องตรวจสอบการกระทำนั้นด้วยอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองก่อน แล้วจึงเสนอความเห็นต่อกกต. เพื่อขอความเห็นชอบและแจ้งต่ออัยการสูงสุด

 ดังนั้นคดีนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองต้องปฏิบัติตามมติของกกต.เสียงข้างมากตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.53 แล้ว โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องเสนอความเห็นก่อนแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อนายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องคดีนี้เมื่อวันที่ 26 เม.ย.53 ซึ่งพ้นกำหนด เวลา 15 วัน ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 วรรคสอง จึงให้ยกคำร้อง