ข่าว

ลูกค้าเติมเงินจี้มือถือเลิกจำกัดเวลา

ลูกค้าเติมเงินจี้มือถือเลิกจำกัดเวลา

30 พ.ย. 2553

ผู้ใช้มือถือรวมพล เรียกร้องผู้ให้บริการเครือข่ายหยุดจำกัดเวลาในระบบเติมเงิน ขู่หาก 60 วันยังนิ่งเฉย จะรวมผู้เดือดร้อนดำเนินการตามกฎหมาย เตรียมมาทวงคำตอบอีกครั้งเดือนมกราคมปีหน้า

 นายสวัสดิ์ คำฟู เครือข่ายผู้บริโภคภาคเหนือ กล่าวว่า ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคจากทั่วประเทศ จำนวน 100 คน ในนาม "องค์กรเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค" ได้ร่วมกันเรียกร้องต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือปฏิบัติตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ข้อ 11 เกี่ยวกับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน โดยตามประกาศระบุชัดว่าผู้ประกอบการไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ ทั้งในบัตรเติมเงิน และที่เติมเงินไปแล้ว เพราะถือเป็นการเร่งรัดให้ผู้บริโภคต้องเร่งใช้ และเร่งเติมเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งต้องเสียเงินซื้อวันต่ออายุการใช้งาน ซึ่งไม่ถูกต้อง

 ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีใจความสำคัญคือ การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน ต้องไม่มีลักษณะบังคับให้ผู้ใช้บริการ ใช้ภายในเวลาจำกัด เว้นแต่ผู้ให้บริการจะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า ทว่า กทช.ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบเรื่องนี้ และยังไม่มีกำหนดเป็นเงื่อนไขที่อนุญาตให้ผู้บริการกระทำได้ ดังนั้น ข้อกำหนดเชิงบังคับของผู้ประกอบการถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 นายสวัสดิ์กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นหลังจากได้ให้สัญญาสัมปทานไปแล้ว ทำให้บริษัทต่างๆ ยึดเป็นข้ออ้างไม่ปฏิบัติตาม ซึ่งข้อเรียกร้องครั้งนี้ องค์กรต้องการคำตอบภายใน 30 วันเป็นอย่างเร็ว และอย่างช้าไม่เกิน 60 วัน หากยังนิ่งเฉยจะรวบรวมผู้ที่เดือดร้อนดำเนินการทางกฎหมายกับทุกค่ายที่ไม่ปฏิบัติตาม ซึ่งได้รวบรวมคนที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 1-2 คนต่อหนึ่งบริษัทไว้แล้ว กำหนดกลับมาทวงคำตอบอีกครั้งเดือนมกราคม 2554 พร้อมผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากกว่าเดิม

 ผลการวิจัยระบุว่า คนไทยใช้เงินค่าโทรศัพท์มือถือเฉลี่ยเดือนละ 200 บาท แต่กลับถูกบังคับให้ต้องเติมเงินค่ามือถือเดือนละ 300 บาท แม้จะใช้ไม่ถึง เท่ากับผู้ให้บริการมีเงินหมุนเวียนจากการจ่ายล่วงหน้าจากผู้บริโภคทั้งประเทศเดือนละ 6,000 ล้านบาท