
เซียนชี้เศรษฐกิจชะลอเบรกกนง.ขึ้นดอกเบี้ย
เซียนมั่นใจ กนง.ไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เหตุเศรษฐกิจทั้งในบ้านและนอกบ้านชะลอตัว ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ จับตาปัญหาหนี้ยุโรปหากปีหน้ายังลุกลามโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมีน้อย
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ประชุมในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ น่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% เท่าเดิม แต่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาหนี้ในกลุ่มประเทศยุโรปไม่ลุกลามขยายออกไปเป็นวงกว้าง ก็มีโอกาสที่ กนง.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กนง.น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ จึงยังไม่จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน แนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการปรับลดลงของจีดีพีตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไปจนถึงกลางปีหน้า ก่อนที่จะเริ่มฟื้นกลับมาอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเห็น กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับดังกล่าวจนถึงปลายปี และอาจเห็นการปรับขึ้นของดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีหน้า
“เชื่อว่าแบงก์ชาติเองคงอยากปรับขึ้นดอกเบี้ย เพียงแต่ต้องรอดูจังหวะที่เหมาะสม เพราะถ้าดูจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว รวมถึงเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำทั้งจากการควบคุมราคาสินค้าและการแข็งค่าของเงินบาท ก็มีความเป็นไปได้ที่ กนง.อาจคงดอกเบี้ยยาวจนถึงไตรมาส 4 ปีหน้า” น.ส.อุสรากล่าว
รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (MPA NIDA) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ของปี 2554 มีสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อดูแลและกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเรียกความเชื่อมั่นในภาคการลงทุนของเอกชนกลับคืนมา
“การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังไม่มีความจำเป็น เพราะเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว จึงควรชะลอการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายออกไปก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนได้มากขึ้น เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างเข้มแข็ง” รศ.ดร.มนตรีกล่าว



