
คาบสมุทรเกาหลี:เหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง
เหตุการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่ถล่มเกาะยอนเปียงของเกาหลีใต้ประมาณ 50 นัด เป็นเหตุให้ทหารเกาหลีใต้เสียชีวิต 2 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐเพียงไม่กี่วัน อันถือเป็นการส่งสัญญาณของเกาหลีเหนือที่แสดงความไม่พอใจต่อการซ้อมรบร่วมดังกล่าว แต่การกระทำของเกาหลีเหนือก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อการซ้อมรบของเกาหลีใต้และสหรัฐแต่อย่างใด ทั้งสองประเทศยังคงดำเนินการซ้อมรบต่อไปตามกำหนดเดิม
ถ้าจะพูดไปแล้ว เกาหลีใต้กับสหรัฐก็มีการซ้อมรบร่วมกันอยู่เป็นประจำและทุกครั้งเกาหลีเหนือก็จะมีปฏิกิริยาต่างๆ เช่นกัน ตั้งแต่การกล่าวหาว่าเกาหลีใต้และสหรัฐคุกคามความมั่นคงของตน การขู่ว่าจะใช้กำลังตอบโต้หากมีการล่วงล้ำน่านน้ำของตน ไปจนถึงการทดลองขีปนาวุธ แต่ทุกครั้งก็จะไม่ต่างอะไรกับลมมรสุมตามฤดูกาล หากแต่เป็นมรสุมที่มีเพียงเสียงลมซึ่งไม่ได้มีพายุที่ก่อให้เกิดภยันตรายใดๆ ต่างไปจากคราวนี้ที่ดูท่าว่าจะหนักข้ออยู่สักหน่อย จนเกาหลีใต้ต้องเรียกร้องให้จีนซึ่งมีอิทธิพลเหนือเกาหลีเหนือแสดงบทบาทระงับเหตุ
หากพิจารณาตามดัชนีความยากจนของสหประชาชาติแล้ว เกาหลีเหนือก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก แต่ตลอดระยะเวลา 60 กว่าปีที่ผ่านมา ผู้นำของเกาหลีเหนือ ไม่ว่าจะเป็นอดีตประธานาธิบดีคิม อิล จุง หรือประธานาธิบดีคิม จอง อิล ในปัจจุบัน ต่างก็มุ่งมั่นสร้างประเทศของตนให้มีความเข้มแข็งด้านการทหาร มากกว่าจะสนใจการพัฒนาประเทศหรือชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรกว่า 22 ล้านคน และประชาชนเกาหลีเหนือจะถูกปั่นหัวให้หวาดระแวงการรุกรานจากเกาหลีใต้และสหรัฐ กับเทิดทูน คิม อิล จุง และ คิม จอง อิล ในฐานะผู้นำที่ยิ่งใหญ่ซึ่งนำพาประเทศเกาหลีเหนือผ่านพ้นภยันตราย และทำให้ชาวเกาหลีเหนือมีชีวิตที่ผาสุก (ตามแบบเกาหลีเหนือ)
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากสำหรบคนภายนอกโดยเฉพาะโลกตะวันตกที่จะเข้าใจเกาหลีเหนือ และยิ่งสหรัฐและพันธมิตรดำเนินการปิดล้อมทางเศรษฐกิจหรือโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้รัฐบาลเกาหลีเหนือใช้เป็นข้ออ้างในการสร้างกระแสชาตินิยม เรียกร้องให้ประชาชนเสียสละเพื่อชาติ และโยนปัญหาความขาดแคลนอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคในประเทศ ว่าเป็นผลมาจากการกระทำของสหรัฐ และโลกตะวันตก ทั้งยังเป็นความจำเป็นที่เกาหลีเหนือจะต้องมีกำลังทหารขนาดใหญ่และพัฒนาอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง
คาบสมุทรเกาหลีนั้น นอกจากจะเป็นที่ตั้งของเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้แล้ว ยังเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของมหาอำนาจอย่างสหรัฐ จีน และรัสเซีย รวมทั้งญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าสถานการณ์หรือความพลิกผันใดๆ ที่เกิดขึ้นต่อเกาหลีเหนือหรือเกาหลีใต้ ย่อมส่งผลกระทบต่อดุลถ่วงแห่งอำนาจของ 4 ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ดังนั้น การกระทำในครั้งนี้และทุกครั้งที่ผ่านมาของเกาหลีเหนือ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงเพื่อแสดงอำนาจขู่เกาหลีใต้และสหรัฐมากกว่าจะถึงขั้นลงมือลงไม้ และจีนหรือรัสเซียเองก็คงไม่ต้องการเห็นสงครามเกาหลีครั้งใหม่เกิดขึ้นอีกในตอนนี้
สำหรับสหรัฐนั้น ก็สามารถใช้ความปลอดภัยของเกาหลีใต้ เป็นข้ออ้างในซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ต่อไป และถือโอกาสสำแดงแสนยานุภาพทางทหารให้ชาติต่างๆ แถบคาบสมุทรเกาหลีได้ดูเล่นเป็นขวัญตา



