
ยังไม่พิสูจน์เนื้อแท้
แม้พรรคประชาธิปัตย์จะรอดพ้นจากคดียุบพรรคตามคำพิพากษาของศาลโดยมติ 4 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องกรณีใช้เงินจากกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากคดีหมดอายุความไปก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย แล
ที่บอกว่า ยังมีพงหนามขวางอยู่ข้างหน้า เนื่องจากความไม่พอใจในคำตัดสินของศาลของกลุ่มคนบางกลุ่ม ทั้งจากพรรคเพื่อไทย ผู้ร้อง และกลุ่มนักวิชาการบางคน ด้วยข้อครหา "สองมาตรฐาน" ทั้งๆ ที่ประเด็นข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่มีการยุบบางพรรคการเมืองไปก่อนหน้าก็ไม่เหมือนกับกรณีคำร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็มีคนบางกลุ่มบางพวกพยายามลากไปโดยขาดสติ และเหตุผล เพียงแต่สะใจ เห็นว่า "ผมโดนพวกคุณก็ควรโดนบ้าง" โดยไม่ได้ดูข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน ไม่อยากให้เอาความสะใจมาแลกกับบ้านเมือง
น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาว่า ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์อย่างไร ทำฟิวเจอร์บอร์ดผิดขนาดจริงหรือไม่ จ่ายเงินค่าจ้างก่อน กกต.อนุมัติด้วยเหตุผลใด และมีความผิดหรือไม่ การที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นต่างๆ เหล่านี้เพราะเหตุคดีหมดอายุความไปก่อนหน้า จึงยังทำให้สังคมคลางแคลงใจ และสงสัยในพรรคประชาธิปัตย์อยู่ไม่คลาย
เช่นเดียวกับกรณีของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรครประชาราช ที่ถูกกล่าวหาฮุบที่ดินวัดบริเวณสนามกอล์ฟอัลไพน์ ย่านรังสิต โดยมิชอบ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ยกคำร้องไปก่อนหน้า เนื่องจากคดีหมดอายุความครบ 20 ปีไปก่อนคดีจะไปถึงศาล แม้นายเสนาะจะเอิ๊กอ๊ากดีใจที่หลุดพ้นข้อกล่าวหา แต่ข้อเท็จจริงแล้ว นายเสนาะก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองว่า ได้ที่ดินมาโดยบริสุทธิ์ หรือได้มาโดยมิชอบอย่างไร จึงทำให้สังคมยังคลางแคลงใจสงสัยในการได้มาซึ่งที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ของนายเสนาะ อย่างไม่เสื่อมคลายเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ ยังมีคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทที่รอการพิสูจน์ในชั้นศาล ไม่อยากให้คดีที่สองนี้เป็นเหมือนคดีแรกที่หมดอายุความ อยากให้ประชาธิปัตย์ได้ก้าวเดินไปพิสูจน์ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกันอย่างจริงจังว่า ตกลงได้รับเงินบริจาคมาหรือไม่ หรือใครคนใดคนหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคไปรับมาแล้ว ไม่ได้นำเงินเข้าพรรค และอยากรู้ว่า อนาคตถ้าได้พิจารณาวินิจฉัยกันในชั้นศาล ศาลจะตัดสินออกมาอย่างไร สังคมจะได้หายจากความคลางแคลงใจเสียที และเชื่อว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องการให้ก้าวเดินไปอย่างนั้นเช่นกัน



