
ปณิธานระบุเหตุศาลชัดไม่ให้ประกันแกนนำแดง
ปณิธาน ระบุเหตุผลศาลชัดเจนไม่ให้ประกันแกนนำแดง หวั่นเรื่องความปลอดภัย เผยรอประเมิณสถานการณ์เลือกตั้งซ่อมปลายปี มีแนวโน้มเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเร็วขึ้น
(30พ.ย.)นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม นปช. วางตัวให้นางธิดา โตจิราการ ภรรยา นพ.เหวง โตจิราการ ขึ้นมาเป็นแกนนำ นปช.คนใหม่ ว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายดูแลสถานการณ์ที่จะประเมินภาพรวม ดูความเคลื่อนไหว แต่หากว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่เปิดเผย ไม่ผิดกฎหมายก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนใครจะเป็นผู้นำ ก็คงขึ้นอยู่กับการยอมรับของประชาชน หรือกลุ่มนั้นๆ ซึ่งก็แล้วแต่ เราคงไม่เข้าไปดูตรงนั้น คงขึ้นอยู่กับประชาชน ว่าจะยอมรับใคร
“การประกันตัวแกนนำ ขึ้นอยู่กับศาล ซึ่งตอนนี้ศาลได้ให้ประกันตัวไปแล้ว 7 คน ตั้งแต่แรกในช่วงเดือนเมษายนแต่ว่าใน 7 คน นั้นเป็นดุลพินิจว่าท่านจะให้ประกันตัวใคร รัฐบาลจะใช้กองทุนยุติธรรมไปช่วยคนที่มีปัญหาในเรื่องการประกันตัวออกมา และเรื่องอาชีพ แต่เรื่องแกนนำแล้วแต่ศาล ซึ่งศาลไม่อนุญาต และมีเหตุผลชัดเจนว่าเป็นเรื่องความปลอดภัย เรื่องพฤติกรรม โดยเฉพาะกรณีนั้นๆ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับ” นายปณิธาน กล่าว
เผยรอประเมิณสถานการณ์เลือกตั้งซ่อมเลิกฉุกเฉิน
นายปณิธานให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลยังคงพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯในพื้นที่กทม.และปริมณฑลว่า หากการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นปลายปีเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไร แนวโน้มที่จะมีการคลี่คลายสถานการณ์กลับไปสู่สภาวะปกติก็คงจะเร็วขึ้น ส่วนการเคลื่อนไหวอื่นๆในเรื่องของการแสดงสิทธิทางการเมือง ขณะนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นไปตามกฏเกณฑ์กติกาเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ ถึงแม้ในบางพื้นที่ยังเป็นกังวลอยู่บ้างในเรื่องของการใช้สื่อ หรือในการให้ข้อมูล แต่โดยรวมแล้วกิจกรรมที่เปิดเผยถือว่าอยู่ในกรอบกติกา รวมทั้งการชุมนุมของหลายกลุ่มไม่ว่าจะสีอะไร เริ่มเข้าไปสู่ความเรียบร้อยตามลำดับ บรรยากาศโดยรวมก็ถือว่าดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังคงต้องประเมินอีกครั้งหลังจากงานต่างๆในเดือนธ.ค.ได้ผ่านไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุในการพิจารณานำพื้นที่เลือกตั้งซ่อม 5 เขต มาเป็นตัวประเมินสถานการณ์ นายปณิธาน กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมแต่ละครั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตว่าบางครั้งบางคราวเป็นตัวชี้วัดได้เหมือนกัน ไม่ว่าในช่วงของการสมัคร การหาเสียง การเลือกตั้ง มีความเรียบร้อยขนาดไหน ท่านมีจุดยืนชัดเจนว่าไม่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่ขัดแย้งและมีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งได้มีการประเมินดู และการเลือกตั้งก็มีความเรียบร้อยขึ้นตามลำดับ แม้ว่าในช่วงแรกๆ หลายเดือนก่อนที่จะมีการเลือกตั้งก็มีปัญหา ทั้งเรื่องการสมัคร และการหาเสียง แต่ขณะนี้ดูเหมือนจะว่าคลายตัวลงไป แต่ก็ยังมีบ้างเล็กน้อยในบางพื้นที่ ซึ่งต้องดูว่าตัวแปรเหล่านั้นจะส่งผลกระทบขนาดไหนกับการกลับไปสู่การใช้ กฎหมายปกติ
นายปณิธาน กล่าวยอมรับว่า การเคลื่อนไหวใต้ดินยังมีอยู่เป็นระยะเป็นบางกลุ่ม แต่ว่าการเคลื่อนไหวที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพหรือไม่อย่างไร ขณะนี้ถือว่าเจ้าหน้าที่ยังดูแลได้อยู่ ถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ไปสักพัก ตนคิดว่าโอกาสที่จะกลับไปใช้กฎหมายปกติก็มีสูง ซึ่งจะปฎิเสธว่าไม่มีความเคลื่อนไหวก็คงไม่ได้ ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ทำงานในเชิงป้องกันขึ้นก็จะดี
นายปณิธาน กล่าวอีกว่า บางครั้งบางคราวการดูแลหลายพื้นที่ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง อย่างเช่นในพื้นที่ภาคใต้ ก็มีการทดลองใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่สงขลา เข้าใจว่าวันนี้ก็มีปัญหานิดหน่อย มีคนบาดเจ็บ 5 คน เรากำลังประเมินผลกระทบ ในพื้นที่ทั้งหมดเราพยายามคืนสู่สภาวะปกติ สะบ้าย้อย , จะนะ , เทพา นาทวี เราคืนพื้นที่ไปใช้กฏหมายความมั่นคงมาเป็นปีแล้ว ก่อนหน้านั้นใช้กฎอัยการศึก ซึ่งความคืบหน้าเป็นไปตามลำดับ แต่วันนี้เกิดปัญหาก็ต้องดูว่าเป็นอย่างไร มาจากอะไร แต่คงไม่มีความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่สงขลา ยืนยันใช้กฎหมายความมั่นคง และใช้มาตรา 21 ซึ่งกำลังคืบหน้า ซึ่ง สมช.ได้ทำกฎเกณฑ์เสร็จแล้วว่าคดีไหนจะเข้ามาตรา 21 รอเพียงให้มีการเรียกประชุมแล้วจะได้เดินหน้าใช้มาตรา 21
เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์ว่า หลังจากช่วงการชุมนุม ในช่วงวันที่ 11 ธันวาคม และเข้าสู่การเลือกตั้งซ่อมแนวโน้มจะไปใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือไม่ประกาศ นายปณิธาน กล่าวว่า ยังต้องดูอยู่ ส่วนใหญ่จะเป็นระบบ ต้องดูสถานการณ์ ถ้าคลี่คลายก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษต่างๆ ก็ไม่มี แต่ถ้าคลี่คลายแต่ไม่ทั้งหมด ก็มีขั้นตอนว่าจะใช้กฎหมายที่เฉพาะด้าน เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคงได้ พรก.ฉุกเฉินในบางพื้นที่ได้ แต่ไม่ได้เลยไปถึงกฎอัยการศึกในพื้นที่ปกติ ซึ่งตามแนวชายแดนต่างๆ ก็ยังใช้กฎอัยการศึกอยู่
ผู้สื่อข่าวซักต่อว่าคลี่คลายไม่ทั้งหมดคืออย่างไร โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ นายปณิธาน กล่าวว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาสองสามส่วน การเคลื่อนไหวต่างๆ ในอุปกรณ์ต่างๆ การลอบทำร้าย และการข่าว เราไม่อยากเห็นเหตุการณ์ เช่น กรณีระเบิดอพาทเมนท์ ปลุกปั่น ยั่วยุต่างๆ ซึ่งขณะนี้ก็น้อยลง
" ในขณะนี้ต้องการให้งานในช่วงเดือนธันวาคมทั้งหมด ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ซึ่งแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ทาง ศอฉ. ก็จะส่งรายงานมาให้นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะมีการประเมินอย่างไร และในช่วงเดือนธันวาคม แต่ช่วงนี้ต้องรักษาสภาพเพื่อให้เกิดเสถียรภาพ เพื่อให้งานผ่านพ้นไปด้วยดี เพราะจะมีคนเข้ามาเยอะมาก การบริหารจัดการก็ต้องมีหน่วยงานที่มีศักยภาพเช่น ที่ ศอฉ.ทำ ดูแลความเรียบร้อย เราต้องมีหน่วยงานกลางเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ" นายปณิธาน กล่าว



