ข่าว

ศาลยังไม่ออกหมายจับ"2มือทิ้งทารก"

ศาลยังไม่ออกหมายจับ"2มือทิ้งทารก"

30 พ.ย. 2553

กมธ.ศาสนานัดถกจัดระเบียบสัปเหร่อ 1ธ.ค. ด้านผอ.ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรมเผยระดม 3 ศาสนา ถกแก้ปัญหาทำแท้ง ศาลยังไม่ออกหมายจับ"2มือทิ้งทารก"หลังตร.ออกภาพสเก็ต พบทารกแรกเกิดเพศหญิงถูกนำมาทิ้งหลังร้านโอเกะบ้านโป่ง

 (30พ.ย.) นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า ในวันที่ 1ธ.ค. คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือเชิญทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไปเข้าร่วมประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นที่วัดไผ่เงิน ซึ่งทางกรรมาธิการศาสนาฯ ต้องการที่จะหารือเพื่อหาแนวทางในการจัดระเบียบเกี่ยวกับฌาปนสถาน รวมทั้งการจัดระเบียบผู้ที่ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อในแต่ละวัด

 "ทั้งนี้ในส่วนของการดูแลเกี่ยวกับฌาปนสถานนั้นจะอยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย ส่วนสัปเหร่อนั้นยอมรับว่ายังไม่เคยมีระเบียบรองรับมาก่อน เพราะผู้ที่จะมาทำอาชีพสัปเหร่อนั้นจะเป็นงานอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยงานวัดในการจัดการศพ จึงไม่มีระเบียบรองรับ ดังนั้นกรรมาธิการศาสนาฯ จึงต้องการที่จะหาแนวทางในการจัดระเบียบสัปเหร่อให้มีระบบที่ชัดเจนขึ้น" นายอำนาจกล่าว

ระดม3ศาสนาถกแก้ปัญหาทำแท้ง

 น.ส.นราทิพย์ พุ่มทรัพย์ ผอ.ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม) เปิดเผยว่า จากกรณีพบซากทารกเด็กจำนวน 2,002 ศพในวัดไผ่เงินโชติการาม ทำให้เห็นว่า สังคมไทยกำลังวิกฤติในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องรุกรณรงค์แก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการให้ความรู้เด็กและเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะพูดว่าเป็นความผิดของเด็ก แต่ควรต้องมองไปที่โรงเรียน วัด ที่สำคัญ คือ ครอบครัว พ่อแม่ ต้องสอน อธิบายให้เด็กได้เข้าใจเรื่องเพศศึกษาว่าต้องควบคุมกำหนัดอย่างไร การมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้องและไม่ท้องก่อนวัยอันควรควรมีวิธีแบบไหน อย่ามองว่า เป็นเรื่องลามกอนาจาร สังคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้น ศูนย์คุณธรรม ในฐานะเป็นหน่วยงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของคนในชาติ จะระดมสมองประชุมเครือข่าย 3 ศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม เพื่อหาทางออกปัญหาดังกล่าวในวันที่ 14 ธันวาคมนี้

 น.ส.นราทิพย์ กล่าวต่อไปว่า การประชุมในครั้งนี้จะหารือถึงกรณีเด็กทำแท้งเป็นภาพที่ทำให้เห็นว่าสังคมไทยวิกฤตพอสมควร ซึ่งแต่ละศาสนา มีหลักธรรมทำสอนที่ดีอยู่แล้ว จึงควรที่จะนำมาให้ความรู้เด็กและเยาวชน เช่น หลักของพระพุทธศาสนาจะสอนให้เห็นบาปบุญคุณโทษของการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ศีล 5 เป็นต้น ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม ได้รับการตอบรับจากบุคคลสำคัญทางศาสนา อาทิ พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ รวมถึงเครือข่ายของศาสนาต่างๆ และพี่น้องมุสลิม จะหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหามาพูดคุยกัน อีกทั้งจะเชิญเครือข่ายภาคสื่อมวลชน มาช่วยให้ความรู้กับภาคสังคมด้วย

 “ปัญหานี้ต้องหันมาช่วยกัน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมาย แล้วไปเถียงกันว่าจะออกกฎหมายอะไรเผา หรือฝัง เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ แต่วิกฤติเกิดขึ้นทุกวินาที เราทุกคนต้องช่วยกันอโดยเฉพาะกระบวนการเรียนการของสอนครู ไม่ใช่เด็กท้องแล้วไล่ออก อย่างที่นิวซีแลนด์ หากเด็กคนไหนท้อง จะให้เด็กได้เรียนและจะมีนักจิตวิทยาคอยเป็นที่ปรึกษามีกระบวนการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปล่อยให้เด็กเผชิญกับโลกอันเลวร้ายเหมือนกับประเทศไทย ที่เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับเด็ก เด็กไม่มีทางออกกลัวถูกไล่ออกจากโรงเรียนก็ไปทำแท้ง สถานที่พักฟื้น เยี่ยวยา ก็ไม่ได้ประกาศออกมาชัดเจน บางโรงเรียนครูบาอาจารย์ก็ไม่รู้ ถ้าหากประเทศไทยมีการแก้ปัญหาที่เป็นระบบเช่นนี้เรื่องดังกล่าวก็จะลดลง”ผอ.ศูนย์คุณธรรม กล่าว

ศาลยังไม่ออกหมายจับ"2มือทิ้งทารก"

 พ.ต.ท.ชูศักดิ์ คำทราย พนักงานสอบสวน(สบ2) สน.พระยาไกร กล่าวถึงคดีพบซากศพทารกกว่า 2002 ศพ ซุกซ่อนไว้ในช่องเก็บศพวัดไผ่เงินโชตนาราม ถนนจันทน์ ซอย 43 แยก 22 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. ว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปประมาณ 80%แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสเก็ตภาพคนร้ายที่นำศพทารกมาทิ้ง 2 คน คือ หญิงไทยไม่ทราบชื่อ 1 คน และชายไทยไม่ทราบชื่ออีก 1 คน โดยขณะนี้ได้ยื่นคำร้องขอหมายจับจากศาลแล้วแต่ศาลยังไม่อนุมัติหมายจับ เนื่องจากหลักฐานยังไม่ชัดเจน ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องรอผลจากการพิสูจน์ศพทารกจากรพ.จุฬาฯ อีกครั้ง

 พ.ต.ท.ชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า  ส่วนนายสุเทพ ชะบางบอน สัปเหร่อวัดไผ่เงินโชตนาราม ยังให้การสับสน วันนี้พูดอย่างวันพรุ่งนี้พูดอีกอย่างทำให้เจ้าหน้าที่สับสน  บางครั้งนายสุเทพ สารภาพว่าเคยรับศพเด็กมาเพียง 11 ศพเก็บไว้ในช่อง17 ที่ไม่ได้ร็อค ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ และนายสุชาติ ภูมี ผู้ช่วยสัปเหร่อ รับสารภาพว่าช่องที่ 9-10 ได้นำศพทารกไปเก็บเอง และเก็บในช่อง 17 เป็นบางส่วนเท่านั้น

 พ.ต.ท.ชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับนายสุชาติ และนายสุเทพ นั้นเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวฝากขังผลัดแรก 12 วัน ในความผิดฐานร่วมกันทำลายซ่อนเร้นพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ โดยญาติของผู้ต้องหาทั้งสองคนใช้เงินสดยื่นขอประกันตัวคนละ 1 แสนบาท ทางศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว  เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

พบทารกแรกเกิดเพศหญิงถูกนำมาทิ้งหลังร้านโอเกะบ้านโป่ง

 เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 30 พ.ย. ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ บัวโพธิ์ ร้อยเวรสภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบเด็กทารกแรกเกิดถูกนำมาทิ้งที่บริเวณป่าอ้อย หลังร้าน “เจ้แต๊ว คาราโอเกะ” ม.2 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี ที่เกิดเหตุพบทารกแรกเกิดเพศหญิง อายุประมาณ 20 วัน ถูกห่อด้วยผ้าอ้อมสีขาววางไว้ที่แคร่ไม้ที่อยู่ด้านหลังห่างจากร้านประมาณ 50 เมตร กำลังส่งเสียงร้องอาจจะเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็นหรือหิวนม เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯต้องรีบอุ้มขึ้นมากอดให้หยุดร้อง นอกจากนี้ที่ข้างตัวเด็กพบเงินสด 100 บาท ห่อผ้าอ้อม ขวดแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ทำความสะอาดสะดือของทารกที่ยังไม่หลุด เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้นำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลบ้านโป่งเพื่อให้ทำการตรวจสุขภาพของเด็กต่อไป

 เบื้องต้นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นหญิงใจแตกที่ท้องแล้วไม่มีพ่อรับเลี้ยง เมื่อคลอดแล้วจึงได้นำเด็กมาวางไว้ด้านหลังร้านดังกล่าวซึ่งมีลูกค้ามาเที่ยวจำนวนมากหวังให้ ผู้ที่มาพบเห็นแล้วจะได้นำไปเลี้ยงเนื่องจากตนเองนั้นไม่สามารถเลี้ยงดูได้ ซึ่งจะได้ติดต่อสืบหาพ่อแม่หรือญาติของเด็กนำกลับไปเลี้ยงต่อไป