ข่าว

วิกิลีคส์แฉอีกผู้นำอิหร่านเป็นมะเร็ง

วิกิลีคส์แฉอีกผู้นำอิหร่านเป็นมะเร็ง

30 พ.ย. 2553

ผู้ก่อตั้งวิกิลีคส์อ้างจะเปิดเผยข้อมูลลับของแบงก์ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐต้นปีหน้า "เอกวาดอร์"เรียกร้องให้"ฮิลลารี"ลาออก แฉอีกผู้นำสูงสุดของอิหร่านเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จีนเริ่มไม่เห็นค่าเกาหลีเหนือ สหรัฐและนานาชาติยืนยันสัมพันธ์ยังเหนียวแน่นแม้วิกิลีคส์เผยข้อมูล

คำให้สัมภาษณ์ของนายจูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเวบไซต์วิกิลีคส์ ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารฟอร์บส์เมื่อวานนี้(29พ.ย.) ระบุว่า เขามีข้อมูลรั่วครั้งใหญ่เกี่ยวกับธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของสหรัฐ แม้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่เหมือนเอกสารรั่วเรื่องสงครามอิรัก แต่ก็มีหลายหมื่นหรือหลายแสนหน้า  และเขาพร้อมที่จะเปิดเผยเอกสารเหล่านี้ในต้นปีหน้าที่อาจทำให้ธนาคาร 1 หรือ 2 แห่งล้มได้

ข้อมูลนี้เทียบได้กับอีเมล์ที่เปิดเผยให้เห็นพฤติกรรมทุจริตของบริษัทเอนรอน ธุรกิจด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ในที่สุดต้องล้มละลายไปเมื่อหลายปีก่อนหลังจากมีหนี้สินมหาศาลและตกแต่งบัญชีปิดบังฐานะการเงิน

ช่วงที่สหรัฐประสบวิกฤตการเงิน รัฐบาลได้เข้าโอบอุ้มธนาคารยักษ์ใหญ่หลายแห่งที่ถูกมองว่ามีขนาดใหญ่เกินกว่าจะปล่อยให้ล้มได้ และผู้บริหารจากบริษัทอย่าง โกลด์แมน แซคส์, แบร์ สเติร์นส์ และสุดท้ายเลห์แมน บราเธอร์สที่ล้มละลายไปแล้ว ต้องเข้าชี้แจงต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

อัสซานจ์ได้ระบุชื่อโกลด์แมน แซคส์ด้วยระหว่างให้สัมภาษณ์ แต่ไม่ได้บอกว่าบริษัทนี้ตกเป็นเป้าของการเปิดโปงเอกสารลับหรือไม่

ขณะที่อัสซานจ์ ชาวออสเตรเลีย วัย 39 ปีที่เชื่อว่ามีถิ่นฐานในยุโรป ยังยืนยันจะเปิดโปงความลับต่างๆต่อไป หลังเผยแพร่เอกสารลับทางการทูตกว่า 2 แสน 5 หมื่นชิ้นเมื่อวันอาทิตย์ นายเอริก โฮลเดอร์ รัฐมนตรียุติธรรมของสหรัฐ แถลงข่าวเมื่อวานว่ากระทรวงยุติธรรมและกระทรวงกลาโหมกำลังสอบสวนทางอาญากับเวบไซต์ดังกล่าว และหากพบว่าใครกระทำการละเมิดกฎหมายสหรัฐ บุคคลนั้นก็จะต้องรับผิดชอบ รวมทั้งหากพบว่ามีช่องโหว่ทางกฎหมาย ก็จะหาทางปิดช่องโหว่นั้น

นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองคนหนึ่งของพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับอัสซานจ์ในข้อหาจารกรรมความลับหรือถึงขั้นประกาศให้วิกิลีคส์เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ

ขณะที่คินต์โต ลูกัส รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของเอกวาดอร์ เสนอให้ที่ลี้ภัยแก่นายอัสซานจ์ นอกจากนี้ประธานาธิบดีฮูโก้ ชาเวซ ร่วมกล่าวยกย่องความกล้าหาญของวิกิลีคส์ พร้อมกับบอกให้นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศลาออกสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น

แฉอีกผู้นำสูงสุดของอิหร่านเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ของอังกฤษ รายงานอ้างข้อมูลลับที่วิกิลี้คส์ เอามาจากรายงานของสถานทูตสหรัฐทั่วโลก ที่ส่งถึงกระทรวงต่างประเทศมาเปิดเผยว่า อยาโตลาห์ อาลี คาเมนีผู้นำสูงสุดของอิหร่านป่วยเป็นลูคีเมีย หรือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ระยะสุดท้าย และอาจถึงแก่อสัญกรรมภายในเวลาไม่กี่เดือน โดยข้อมูลลับนี้อยู่ในบันทึกช่วยจำ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2552 ที่ถูกส่งไปจากสถานกงสุลสหรัฐในนครอิสตันบุล ของตุรกี ซึ่งอ้างการเปิดเผยของนักธุรกิจคนหนึ่ง ที่มีความสนิทสนมกับอดีตประธานาธิบดีฮาเชมี รัฟซันจานี่ ของอิหร่าน ที่ว่า คาเมนี่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลูคีเมียชนิดหนึ่ง ที่ไม่พบบ่อยนักในผู้ป่วยลูคีเมียทั่วไป และมีแนวโน้มว่าจะอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน

ในช่วงที่มีการทำบันทึกช่วยจำ เป็นช่วงที่รัฟซันจานี้ กำลังรณรงค์ต่อต้านผลการเลือกตั้งที่ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดีเนจ๊าด ได้กลับมาดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งในบันทึกช่วยจำระบุด้วยว่า ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้รัฟซันจานี่ เลิกการณรงค์เพื่อท้าทายอำนาจคาเมนี่ และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของธรรมชาติจัดการเขาเอง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็หันไปเคลื่อนไหวในสภาผู้ทรงคุณวุฒิ (Assembly of Experts ) เพื่อให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ในกรณีที่คาเมนี่ ถึงแก่อสัญกรรม และถ้าทำสำเร็จ เขาก็จะขอให้ประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจ๊าดลาออก และเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่
 
ด้านหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยน ของอังกฤษ ก็รายงานข้อมูลในเอกสารลับที่ได้จากวิกิลี้คส์ เช่นกันว่า จีน ที่ถูกมองว่าเป็นผู้พิทักษ์เกาหลีเหนือมายาวนาน กำลังไม่แน่ใจในอิทธิพลของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ และหันไปสนับสนุนให้มีการรวมชาติระหว่างสองเกาหลี ในกรณีที่เกาหลีเหนือล่มสลาย โดยในบันทึกช่วยจำของนายริชาร์ด โฮกแลนด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐระบุว่า ในระหว่างการรับประทานอาหารค่ำเมื่อปีที่แล้ว นานเฉิง กั๊วผิง เอกอัครราชทูตจีน ประจำคาซัคสถาน ได้เปิดเผยว่า จีนพิจารณาว่า โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เป็นประเด็นที่เป็นปัญหา และหวังว่า จะเกิดการรวมชาติกันอย่างสันติระหว่างสองเกาหลีในระยะยาว แต่ในระยะสั้นก็หวังว่า สองชาติจะยังคงแยกขาดจากกันไปก่อน

ด้านหนังสือพิมพ์ นิวยอร์ค ไทม์ส ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อเจ้าหน้าที่ของจีน ระบุว่า จีนเชื่อว่า เกาหลีเหนือ ไปไกลเกินไปแล้ว หลังจากทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 2 และขีปนาวุธ ซึ่งจีนไม่พอใจเกาหลีเหนือ และพยายามกดดันให้หวนคืนสู่โต๊ะเจรจา แต่โชคร้ายที่ไม่ได้ผลใด ๆ กลับมาและมีประเทศเดียว ที่จะสามารถทำให้เกิดความก้าวหน้าในประเด็นเกาหลีได้ คือสหรัฐ
   
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นของนายคิม จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือด้วย ที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน บอกกับเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า นายคิม จอง-อิล น้ำหนักลดลงไปมาก ตอนที่ไปเยือนจีน แต่ดูมีสุขภาพดีและยังคงมีจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะเขายอมรับว่ายังดื่มเหล้าอยู่ และมีเพียงภารกิจที่รัดตัวเท่านั้น ที่เป็นอุปสรรคในการดื่มของเขา

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากของสหรัฐ เชื่อว่า จีนต้องการให้เกาหลีเหนือคงอยู่ต่อไป เพราะเกรงว่าการล่มสลายจะก่อให้เกิดคลื่นอพยพครั้งใหญ่ ทำให้เกิดการรวมชาติ และทำให้สหรัฐซึ่งเป็นพันธมิตรกับเกาหลีใต้ เข้าใกล้พรมแดนจีนนั้น ในเอกสารลับที่รั่วออกมาล่าสุด กลับอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้ว่า เจ้าหน้าที่ทางการจีนมองว่า เกาหลีเหนือมีค่าแค่รัฐกันชนของจีนเท่านั้น หลังทดสอบนิวเคลียร์เมื่อปี 2549 ส่วนเกาหลีใต้ ก็มองว่า เกาหลีเหนือล่มสลายทางเศรษฐกิจไปแล้ว และกำลังล่มสลาย ทางการเมืองในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนจีนก็มีอิทธิพลต่อเกาหลีเหนือน้อยกว่าที่คนทั่วไปคิด ขณะที่จีนคิดว่า เกาหลีเหนือจะล่มสลายเมื่อหมดยุคคิม จอง-อิล  

สหรัฐและนานาชาติยืนยันสัมพันธ์ยังเหนียวแน่น

สหรัฐยืนยันความสัมพันธ์กับนานาชาติจะยังคงแข็งแกร่ง แม้วิกิลีคส์เผยแพร่เอกสารลับทางการทูตกว่า 2 แสน 5 หมื่นชิ้นทางอินเตอร์เน็ตเมื่อวันอาทิตย์จนเผยแพร่ไปทั่วโลกที่อาจทำลายความไว้วางใจระหว่างประเทศ โดยฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แถลงเมื่อวานว่า การกระทำดังกล่าวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ยังกระทบต่อประชาคมโลกและทำลายความไว้วางใจระหว่างประเทศ แต่เธอมั่นใจว่าหุ้นส่วนของสหรัฐจะยืนหยัดผ่านพ้นความท้าทายนี้ไปได้

นอกจากนี้เธอยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบทำให้ข้อมูลรั่วไหล และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมทั้งวิจารณ์ผู้ที่แสดงความชื่นชมต่อการกระทำของวิกิลีคส์ในการเปิดเผยข้อมูลลับของทางราชการ โดยบอกว่า ไม่ใช่เรื่องน่ายกย่องกับการกระทำที่จะทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับอันตราย และไม่ใช่เรื่องความกล้าหาญในการทำลายความสัมพันธ์ที่สงบสันติระหว่างประเทศ

นอกจากนี้หลายชาติยืนยันว่า การเปิดเผยของวิกิลีคส์จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐ เช่น อังกฤษบอกว่าจะยังคงเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐต่อไปแม้มีข้อมูลวิจารณ์นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ส่วนรัสเซียก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเอกสารการทูตที่ระบุว่ารัสเซียเป็นเหมือนรัฐมาเฟีย ที่มีประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ เป็น "โรบิ้น" และนายกรัฐมนตรีวลาดิมีร์ ปูติน เป็น "แบทแมน" โดยระบุว่าไม่มีอะไรใหม่ และบางครั้งนักการทูตรัสเซียก็แสดงความเห็นอย่างไปตรงตรงมาอย่างนี้เช่นกัน

ขณะเดียวกันกรณีที่ข้อมูลระบุว่าซาอุดิอาระเบียอยากให้สหรัฐใช้กำลังทหารโจมตีอิหรานนั้น ประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจ๊าดของอิหร่าน บอกว่า ข้อมูลเหล่านี้ไร้ค่าและจะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและชาติอาหรับ