
"หมอก-ควัน"53แรงแซง2ปีก่อน
เชียงใหม่-ผู้เกี่ยวข้องชี้มลพิษ "หมอกควัน" เชียงใหม่รอบปีนี้น่าห่วง พบตลอดปีมีค่าฝุ่นขนาดเล็กเกินมาตรฐานสูงแซง 2 ปีก่อนแล้ว ขณะที่ยอดผู้ป่วยมะเร็งปอดเชียงใหม่มากกว่าทั้งประเทศถึง 7 เท่า
นายประหยัด อนันตประดิษฐ์ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหามลพิษหมอกควันของ จ.เชียงใหม่ เริ่มส่งผลมาตั้งแต่ปี 2550 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันและยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กยังเกินค่ามาตรฐาน จากการเก็บสถิติปี 2550 ที่วิกฤติหนักสุดพบว่าตลอดทั้งปีมีจำนวน 31 วัน ที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน ปี 2551 ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานรวม 15 วัน ปี 2552 ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน 20 วัน และปีนี้ยังน่าห่วง เพราะพบว่าจนถึงขณะนี้มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐานมาแล้วถึง 22 วัน
สาเหตุหลักของมลพิษหมอกควันเชียงใหม่ที่เกิดขึ้น มาจากไฟป่าในพื้นที่ป่าสงวนและเกิดจากการทำไร่หมุนเวียนที่ต้องเผาป่าเพื่อเตรียมแปลงปลูก ประกอบกับสภาพของ จ.เชียงใหม่ ที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ จึงทำให้ควันไฟที่เกิดขึ้นไม่เคลื่อนตัวออก แต่ปกคลุมทำให้เกิดสภาวะมลพิษและส่งผลร้ายต่อสุขภาพ
รศ.ดร.นพ.พงศ์เทพ วิวรรธนะเดช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการคุณภาพอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) กล่าวว่า ผลการศึกษายืนยันจากทั่วโลกว่า มลพิษหลายชนิดก่อให้เกิดอาการต่างๆ ต่อสุขภาพ เช่น ระดับฝุ่นละอองที่สูงจะมีผลกระทบต่อสุขภาพในไม่เกิน 2 วันหลังร่างกายสูดเข้าไป จากสถิติของศูนย์ทะเบียนมะเร็งเชียงใหม่ ข้อมูลล่าสุดในปี 2550 พบว่าอุบัติการณ์ของมะเร็งปอดคือ 34.44 ต่อแสนประชากร หรือคิดเป็นผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 524 คน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศในปีเดียวกันคือ 5.05 ต่อแสนประชากร เท่ากับคนเชียงใหม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนไทยทั่วไปถึงเกือบ 7 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



