ข่าว

หยุดริ้วรอย แต่ไม่หยุดสวย

หยุดริ้วรอย แต่ไม่หยุดสวย

01 ธ.ค. 2553

ไม่นึกว่าอายุเท่านี้จะมีโอกาสเข้าห้องเรียนกันอีกครั้ง แต่คราวนี้เรียนเรื่องความสวยความงามที่ ชิเซโด้เขาเปิดคอร์สสอนกันอย่างจริงจังถึงโรงแรมเลอ เมอร์ริเดียน เชียงรายโน่น ในโอกาสที่เปิดตัว "ชิเซโด้ เบเนฟองซ์ วริงเกิล รีซิท 24" และเรื่องสวยๆ งามๆ มีหรือจะปฏ

 เริ่มเลกเชอร์กับ ชิเงยูกิ โอกาว่า ผู้จัดการทั่วไปศูนย์วิจัยชิเซโด้ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ขนผลการวิจัยมาบอกเล่ากันอย่างๆ ชัดให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ตามธรรมชาติโครงสร้างผิวของผู้หญิงอายุ 35 ขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเกิดปัญหาความร่วงโรย พากันปรากฏริ้วรอยร่องลึกและบาง ผิวแห้วกร้าน คล้ำเสีย บ้างก็แก้มแห้ง แต่ทีโซนกลับมัน

 "ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำการวิจัยเชิงลึกและพบว่า โดยธรรมชาติเมื่อผิวได้รับรังสียูวี ที่เป็นตัวการสำคัญให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย เมื่อเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าปกติธรรมชาติแล้ว จะก่อให้ไปกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์เฮพพาเรเนสที่มีอยู่ในชั้นหนังกำพร้า เพื่อเข้าทำลายเยื่อบุผิว และเมื่อเยื่อบุผิวเกิดรอยรั่วก็จะส่งผลให้ปัจจัยเสริมการทำงานของเส้นเลือดเกิดการเปลี่ยนแปลงแทรกตัวผ่านรอยรั่วต่างๆ เหล่านี้ลงไปสู่ชั้นหนังแท้และเข้าไปทำปฏิกิริยากับเส้นเลือดก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่เกิดริ้วรอย พร้อมทั้งกระตุ้นการผลิตสารเอนไซม์อิลาสเตสให้ออกมาสลายตัวเส้นใยอิลาสติน ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น แน่นกระชับ และกลายเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยอันเนื่องมาจากแสงแดดนั่นเอง" ชิงเยูกิ แจงอย่างละเอียด

 เมื่อรู้สาเหตุอย่างนี้ชิเซโด้จึงค้นคว้าหาส่วนผสมเฉพาะมาหยุดยั้งรอยรั่วต่างๆ เพื่อปรนนิบัติผิวประวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืนให้ห่างไกลริ้วรอยครบขั้นตอน ซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้แล้ว ยังชวนสาวงามอย่าง "นก" ชลิดา ตันติพิภพ มาให้ความรู้ในเรื่องนาฬิกาชีวิต เพื่อการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มให้อีก

 โดย "นก" ชลิดา เลกเชอร์ให้อย่างละเอียดถึงแต่ละช่วงเวลาตลอด 24 นั่นอวัยวะใดจะเริ่มต้นทำงานอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพที่สุด เริ่มจาก 01.00-03.00 น. เป็นเวลาการทำงานของตับ ซึ่งควรหลับให้สนิทในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้ตัวทำหน้าที่ขับสารพิษต่างๆ ออกมาจากร่างกายได้อย่างเต็มที่ เวลา 03.00-05.00 น. เป็นเวลาการทำงานของปอด  "อ.นก" แนะนำว่าควรหายใจเข้าให้ลึกๆ เหมือนคำว่าที่ว่า หายใจเข้าท้องป่อง และหายใจออกท้องแฟบ เพื่อการบริหารปอดนั่นเอง

 เวลา 05.00-07.00 น. เป็นเวลาทำงานของลำไส้ใหญ่ นั่นคือควรทำการขับถ่ายเพื่อให้กากของเสียออกจากร่างกาย เวลา 07.00-09.00 น. กระเพาะอาหารทำงานเต็มที่ นั่นคือเวลาที่ต้องรับประทานอาหารเช้าที่จำเป็นและสำคัญมากที่สุด เวลา 09.00 -11.00 น.เวลาการทำงานของม้าม ที่จะขจัดเชื้อโรคและขจัดเซลเม็ดเลือดแดง ที่สำคัญ "อ.นก" บอกว่าห้ามนอนในช่วงนี้เด็ดขาด หรือถ้าใครนอนอยู่ให้ลุกโดยเร็วๆ เพราะจะช่วยให้การทำงานของม้ามมีประสิทธิภาพ

 ต่อด้วยเวลา 11.00-13.00 น. เวลาการทำงานของลำไส้เล็ก ที่มีหน้าย่อยอาหารและดูดซึทอาหาร ข้อแนะนำคือห้ามรับประทานอาหารในช่วงนี้ เพราะจะทำให้การทำงานของลำไส้เล็กมีปัญหา เวลา 15.00-17.00 น. เป็นเวลาการทำงานของกระเพาะปัสสาวะที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เวลา 17.00-19.00 น. เวลาของไต เคล็ดสำคัญคือห้ามนอนหลับช่วงนี้อดใจสักนิดเพื่อสุขภาพของคุณ เวลา 19.00-21.00 น. เวลาของเยื้อหุ้มหัวใจ ที่เราควรดูแลด้วยการรับประทานปลาทะเลเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

 เวลา 21.00 - 23.00 น. เป็นเวลาที่ระบบความร้อนในร่างกายทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นควรให้ร่ายกายอบอุ่นในอุณหภูมิที่เหมาะสม เวลา 23.00-01.00 น. เวลาทำงานอย่างดีเยี่ยมของถุงน้ำดี ที่จะย่อยไขมัน สลายคอเลสเตอรอลได้อย่างดี "แต่ทั้งนี้เวลาชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ก็ควรปรับที่ละเล็กละน้อยเพื่อนาฬิกาชีวิตที่สมดุล" อ.นก กล่าวปิดท้าย

 แล้วที่นี้จะได้หยุดริ้วรอย เติมความสวยกันได้อย่างเต็มที่