ข่าว

ลีลามีดโกน"ชวน"ยังคมกริบกรีดยับ ดีเอสไอ-กกต.-พท.

ลีลามีดโกน"ชวน"ยังคมกริบกรีดยับ ดีเอสไอ-กกต.-พท.

30 พ.ย. 2553

แม้คำพิพากษาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะไม่พิจารณาข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายความผิดยุบพรรคหรือไม่ แต่ระหว่างการแถลงปิดคดีด้วยวาจาทั้งฝ่ายตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดย นายกิตินันท์ ธัชประมุข อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5 สำนักงานอัยการสูงสุด แ

 

  นายกิตินันท์ ในฐานะผู้แถลงปิดคดีของกกต.เปิดฉากซัดใส่พรรคประชาธิปัตย์ก่อน โดยโต้แย้ง 1 ในประเด็นสำคัญของประชาธิปัตย์ เรื่องความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ประเด็นเรื่องที่ว่ากระบวนการถูกต้องด้วยกฎหมายหรือไม่ กกต.ได้ดำเนินการตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2550 เมื่อนายทะเบียนรับทราบจากกรรมการชุด ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ ก็ได้ตรวจสอบรายงานผลการสืบสวนของคณะกรรมการตามคำสั่งของ กกต. และหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้ครอบคลุมครบถ้วนจากหลายหน่วยงาน เช่น จากสถาบันการเงิน กรมบังคับคดี กรมสรรพากร และผู้เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก จากนั้นจึงเสนอต่อนายทะเบียนและ กกต.

 โดยเห็นว่าตรวจพบว่า พรรคมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายอันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรค จึงเป็นเรื่องสำคัญควรเสนอผ่าน กกต. โดยผ่านประธาน กกต. และก็ได้ให้เห็นชอบในวันที่ 12 เมษายน 2552 จึงถือว่านายทะเบียนได้ทำความเห็นในวันดังกล่าวแล้ว

 ส่วนที่อ้างว่าประธานกกต. ลงมติให้ยกคำร้องไปแล้ว และถือเป็นยุติไม่สามารถนำกลับมาพิจารณาได้ เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน

 เพราะการลงมติของกกต.วันที่ 17 ธันวาคม 2552 ไม่ใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาด แต่เป็นการลงมติในกระบวนการพิจารณานำเรื่องเข้าสู่ กกต.

 ในส่วนของประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ จ่ายเงินไม่ตรงตามความเป็นจริงนั้น นายกิตินันท์ ได้ย้ำประเด็นนี้เป็นพิเศษ โดยสรุปว่า

 "การทำหลักฐานต่างๆ ของพรรคนั้นเป็นหลักฐานที่เป็นเท็จ เพราะป้ายถูกจัดทำตั้งแต่ปี 2547 โดยไม่ได้ใช้เงินกองทุน เพราะมูลค่าหนี้ถูกชำระไปหมดแล้วตั้งแต่ก่อนได้รับอนุมติการเปลี่ยนแปลง

 โดยเป็นการชำระด้วยเงินจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด อีกทั้งจากคำให้การผู้ประกอบการส่วนใหญ่ระบุว่านายธงชัยผู้สั่งทำแทนพรรคประชาธิปัตย์ และคนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่นายธงชัย แต่เป็นพรรค ซึ่งเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ"

 ขณะที่นายชวนชี้แจงประเด็นเรื่องการจัดทำป้ายหาเสียงเพียงสั้นๆ ว่า พรรคได้ทำเอกสารชี้แจง จำนวน 172 หน้า ซึ่งมีรายละเอียดครบถ้วน ทั้งรายการรายละเอียดการสั่งจ่ายเงินให้แก่บุคคลทั้งหมด จึงไม่ขอใช้เวลาของศาลในที่นี้

 ส่วนที่ถูกวิจารณ์ว่าที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามไม่ต่อสู้เรื่องข้อเท็จจริง เพราะไม่มั่นใจในพยานหลักฐาน และเป็นความเชี่ยวชาญของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายชวนก็ย้อนกลับแบบแสบๆ คันๆ ว่า

 "เมื่อฟังแล้วก็เห็นว่าให้เกียรติกันในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เรายอมรับว่าไม่มีความชำนาญด้านการเป็นผู้ร้อง เพราะไม่ใช่ผู้ชำนาญในการยุบพรรค เพียงแต่ว่าใช้ความชำนาญในทางดีหรือเลว อย่างในกรมสอบสวนคดีพิเศษเองก็เป็นผู้ชำนาญ เพียงแต่ว่าจะเป็นผู้ชำนาญที่ดีหรือเลวเท่านั้น อย่างคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ มีการยอมรับว่าถึงขนาดล็อกคนเอาไว้ดำเนินการตั้งแต่ต้น เพราะในช่วงร้องพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นสมัยที่ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ซึ่งก็คือพรรคไทยรักไทย ที่ถูกยุบแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นการเริ่มต้นโดยมีอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง พยายามยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้" นายชวน กล่าว

 นายชวน ยังชี้ถึงความผิดปกติในชั้นกกต.ด้วยว่า กระบวนการยื่นเรื่องจากดีเอสไอให้นายทะเบียนพรรคการเมือง จนมีการตั้งอนุกรรมการชุดที่มี นายอิสระ หลิมศิริวงษ์ เป็นประธาน ได้สรุปเรื่องนี้ด้วยเสียงเอกฉันท์ถึง 3 ครั้ง ว่าพรรคไม่มีความผิด แต่กลับไม่พอใจ เพราะต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์มีความผิดให้ได้ จนต้องตั้งกรรมการอีกชุดที่มี ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ ที่ปรึกษาประธานกกต.เป็นประธาน

 "สิ่งที่น่าสงสัยว่า เหตุใดเมื่อกรรมการชุดนี้มีมติว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความผิดจึงไม่มีการตั้งกรรมการสอบเพิ่มอีก แต่เมื่อคณะกรรมการชุดนายอิสระ ระบุว่าไม่มีความผิด โดยเสียงเอกฉันท์ถึง 3 ครั้งกลับให้มีการสอบครั้งแล้วครั้งเล่า จึงเหมือนว่ากกต.รอผลการสอบให้พรรคประชาธิปัตย์มีความผิดเท่านั้นถึงจะรับ" นายชวนชี้ให้เห็นขั้นตอนที่น่ากังขาในขั้นกกต.

 นายชวน กรีดพรรคเพื่อไทยด้วยว่า มีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาล โดยตัวแทนพรรคเพื่อไทย ด้วยความรู้ที่ว่าไม่มีกฎหมายหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญจึงพยายามระบุตลอดเวลาว่า หากไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นสองมาตรฐาน และใช้วิธีฝ่าไฟแดง คือ กล่าวหาในเรื่องเท็จเพื่อให้ตุลาการฟ้องร้อง จะได้เป็นคู่ความเพื่อกดดันให้ตุลาการถอนตัวออกจากการเป็นองค์คณะจนทำให้ตุลาการต้องถอนตัวไปถึง 3 คน ซึ่งก็มีการพูดกันว่าหากการพิจารณาคดียังไม่เสร็จในอีก 1-2 เดือน ก็อาจจะมีตุลาการถอนตัวอีก ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มเกิดขึ้น แต่ตั้งแต่สมัยคดีซุกหุ้นก็มีการอัดเสียงเลขาธิการป.ป.ช.ทางโทรศัพท์แล้วเปิดให้นักข่าวฟังมาแล้ว

 นับว่าลีลา "มีดโกนอาบน้ำผึ้ง" ของนายชวนยังคมกริบเช่นเดิม และแม้ว่าสำนวนโวหารของเขาจะไม่ได้เป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ แต่ก็นับเป็นสีสันอันฉูดฉาดในวันตัดสินคดียุบพรรคที่ทั้งถูกใจกองเชียร์ และขณะเดียวกันก็สร้างความปวดแสบปวดร้อนแก่ศัตรูไปพร้อมๆ กัน