ข่าว

น้ำมันปาล์มขวดจ่อขยับราคา10บ.ผู้ผลิตสุดอั้นแจงผลผลิตขาดแคลน-ต้นทุนพุ่ง

น้ำมันปาล์มขวดจ่อขยับราคา10บ.ผู้ผลิตสุดอั้นแจงผลผลิตขาดแคลน-ต้นทุนพุ่ง

30 พ.ย. 2553

ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสุดอั้น ยื่นกระทรวงพาณิชย์ขอขึ้นราคาอีกขวดละ 10 บาท แจงเหตุผลปาล์มดิบขาดแคลน ราคาพุ่ง พร้อมเสนอนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบช่วยบรรเทาปัญหา ด้านกระทรวงพาณิชย์เผยผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ยึดนโยบายตรึงราคาถึงสิ้นปี แต่พร

นายสมชัย จงสวัสดิ์ชัย อุปนายกสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เปิดเผยว่า ได้เสนอให้กรมการค้าภายในปรับราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร จากเพดานควบคุมสูงสุดขวดละ 38 บาท เป็น 48 บาทแล้ว เพราะปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนผลปาล์มดิบในประเทศ เพราะใกล้ปลายฤดูกาลผลผลิต อีกทั้งราคาผลปาล์มดิบยังเพิ่มเป็นกิโลกรัม (กก.) ละ 7 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้

 “ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด 38 บาท มาจากฐานต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบที่ กก.ละ 28-30 บาท แต่ปัจจุบันน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 40 บาทต่อกก.แล้ว ทำให้ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ โดยสมาคมได้เสนอให้เปิดนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตขาดแคลน และแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ" นายสมชัยกล่าว

 แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สมาคมได้เสนอปรับราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 แต่ไม่ได้รับอนุมัติ เพราะกระทรวงมีนโยบายตรึงราคาจนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจะพิจารณาปรับราคาในปี 2554 

 ด้าน น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ราคาข้าวหอมมะลิส่งออกในปัจจุบันอยู่ที่ตันละ 1,100 ดอลลาร์ ถือว่าสูงเกินไป โดยผลผลิตยังมีคุณภาพดี แต่มีต้นทุนการผลิตสูง หากชาวนานำระบบการจัดการคุณภาพด้านการผลิตทางการเกษตร หรือจีเอพี มาใช้ จะช่วยให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตลดลง โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2553 ไทยส่งออกข้าวหอมมะลิแล้ว 1.82 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14.1% ขณะที่ปี 2552 ส่งออกข้าวหอมมะลิได้รวม 2.6 ล้านตัน

 ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การส่งออกข้าวหอมมะลิในปี 2554 อาจมีปริมาณลดลง แต่ราคาจะไม่ลด เพราะการบริโภคในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น เป็นผลมาจากการที่คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงเปลี่ยนมาบริโภคข้าวหอมมะลิแทนข้าวขาว แต่ผลผลิตที่มีจำกัด และการบริโภคในประเทศที่สูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกลดลงต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่แล้ว ราคาข้าวหอมมะลิส่งออกอยู่ที่ตันละ 960 ดอลลาร์ แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 1,100 ดอลลาร์ เพราะเงินบาทแข็งค่า ขณะที่เงินเวียดนามอ่อนค่า ส่งผลให้ข้าวเวียดนามถูกกว่า 20%

 "ราคาข้าวหอมมะลิของไทยสูงสุดในโลก จึงขายได้น้อยลง ขณะที่ข้าวหอมกัมพูชาอยู่ที่ตันละ 800 ดอลลาร์ เวียดนามตันละ 650 ดอลลาร์ และคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยยังลดลง ทั้งความหอมและความเงา ทำให้ผู้นำเข้าซื้อข้าวที่ราคาถูกกว่า" ร.ต.ท.เจริญกล่าว