ข่าว

เชียร์รัฐขึ้นค่าแรงอุ้มลูกจ้างธปท.ยันไม่กระทบ"เงินเฟ้อ"

เชียร์รัฐขึ้นค่าแรงอุ้มลูกจ้างธปท.ยันไม่กระทบ"เงินเฟ้อ"

30 พ.ย. 2553

ประธานบอร์ด ธปท.หนุนรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ยันไม่กระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ เพราะมีการควบคุมให้อยู่ในเป้าหมาย ทำให้แรงงานได้รับประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทีดีอาร์ไอเผยผลศึกษาแรงงานไทยมีการศึกษาดีขึ้นต่อเนื่อง ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบทลดลง

 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ว่าเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลในการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพราะทำให้ผู้ใช้แรงงานได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันก็ไม่มีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายดูแลอยู่แล้ว ด้วยการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อไม่ให้เกิน 3.5% ทำให้ลูกจ้างจะได้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากการขึ้นค่าแรง ซึ่งในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของค่าแรงอยู่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ

 "ฝ่ายลงทุนได้ประโยชน์จากค่าแรงที่ขึ้นต่ำกว่าเงินเฟ้อมานับสิบปีแล้ว หากจะขึ้นค่าแรงก็อาจจะทำให้ผลกำไรลดลงไปบ้าง ทำให้การซื้อเฟอรารี่ต้องเลื่อนออกไปแค่นั้นเอง แต่ค่าแรงงานขึ้นต่ำกว่าเงินเฟ้อมา 15 ปีติดต่อกันแล้ว" ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าว

 ด้านนายดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ นักวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ “ความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษากับแนวโน้มค่าจ้างในประเทศไทย” ว่าจากการศึกษาพบว่าแนวโน้มการศึกษาของแรงงานไทยมีการปรับตัวดีขึ้นตลอดช่วงระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2529-2552) และยังพบว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างผู้ที่อยู่ในชนบทและอยู่ในเขตเมืองที่เคยมีมากในปี 2531 นั้น มีการลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

 "ปี 2552 ค่าจ้างของกลุ่มมหาวิทยาลัยสูงกว่าในปี 2529 ประมาณ 123% ประถมปลายสูงกว่า 113% แต่กลุ่มที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุด คือกลุ่มมัธยมปลายเพิ่มขึ้นเพียง 74% ทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยน่าเป็นห่วงมาก” นายดิลกะกล่าวและว่า ผลศึกษาพบว่าความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษาจะนำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำของค่าจ้างในอนาคตด้วย ดังนั้น รัฐควรเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาแก่ผู้ที่เสียเปรียบโดยยกระดับคุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น

 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า การที่มีความเหลื่อมล้ำของค่าจ้างในแรงงานที่อยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการผลิตแรงงานที่ไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของตลาด ในขณะที่ภาคการผลิตส่วนใหญ่ต้องการแรงงานมีฝีมือที่จบ ปวช.-ปวส. แต่ประเทศไทยกลับไปขยายตลาดแรงงานในระดับมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เป็นต้น