
ลุยปั้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์รัฐตั้งเป้า2ปีมูลค่าโต20%
รัฐเร่งผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งเป้าอีก 2 ปีเพิ่มมูลค่าเป็น 9 แสนล้านบาท หรือเติบโต 20% เลขาฯ อังค์ถัดชี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เชื่อไทยทำได้หากรัฐวางแนวทางพัฒนาอย่างเป็นระบบอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กูรูจากแดนผู้ดีระบุนโยบายรัฐเป็นแรงผลักสำคัญ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานมหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์นานาชาติ (TICEF) ว่ารัฐบาลมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้มูลค่าของกลุ่มสินค้าและบริการด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เติบโตเป็น 20% ของจีดีพี หรือมีมูลค่า 9 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอัตราเติบโต 12% ของจีดีพี และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการต่างๆ ในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม การผลักดันดังกล่าวจะต้องมีการพัฒนาและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในทุกด้านและทุกทาง
นอกจากนี้ จะต้องปกป้องภูมิปัญญาของไทยผ่านการจดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญาของไทยไม่ให้ตกเป็นของผู้อื่นที่จะนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มเองได้ โดยให้กรมทรัพย์สินทางปัญญากลับไปหาวิธีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย และยังต้องการให้เกิดความเชื่อมโยงในระบบไอที ซึ่งมั่นใจว่าระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์สามารถที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศได้อย่างแน่นอน
นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) กล่าวว่า อังค์ถัดพร้อมสนับสนุนกลุ่มประเทศที่จะหันมาใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการพัฒนาประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเห็นว่าสินค้าและบริการที่อยู่ในเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีโอกาสเติบโตได้ และมองว่าเป้าหมายที่ไทยจะส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ให้เติบโตเพิ่มเป็น 20% ของจีดีพี รวมถึงให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นน่าจะทำได้ไม่มีปัญหา และอาจจะเป็นหนึ่งในตลาดโลกได้ด้วยเช่นกัน จึงอยากให้รัฐบาลกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้มีความต่อเนื่องแบบยั่งยืนต่อไป
นายจอห์น ฮอว์กิ้น ประธานกลุ่มสร้างสรรค์และนักเขียนด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากประเทศอังกฤษ กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ ขึ้นอยู่กับแนวนโยบายและการสนับสนุนของรัฐบาลเป็นหลัก และเห็นว่าการที่ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนให้คนในชาติพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ถือเป็นเรื่องที่ดี โดยภาครัฐจะต้องสนับสนุนส่งเสริมเยาวชนให้สนใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ที่จะพัฒนาให้เกิดเป็นมูลค่าเพิ่มได้ และขจัดอุปสรรคอำนวยความสะดวกส่งเสริมให้ผู้ที่คิดค้นสิ่งแปลกใหม่สามารถจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล การหาตลาดใหม่ๆ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศเพื่อให้สินค้าที่ผลิตสร้างสรรค์กระจายออกไปสู่ตลาดโลกได้ต่อไป



