
บทเรียนความก้าวร้าวเกาหลีเหนือ
รัฐบาลไทยและคนไทยน่าจะเรียนรู้จากวิกฤติการณ์เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ที่กำลังร้อนระอุอยู่ นำมาใช้เป็นบทเรียนได้อย่างดี โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าซึ่งมีเหตุการณ์กระทบกระทั่งบ่อยครั้ง
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกาหลีเหนือพยายามยั่วยุเกาหลีใต้มาตลอด เพื่อบดบังความล้มเหลวทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงได้พยายามสร้างสถานการณ์ทางด้านความมั่นคงขึ้นมาให้เกิดความปั่นป่วนและเบนความสนใจของคนทั่วโลก ออกจากการเมืองภายในเกาหลีเหนือ ตอนนี้รัฐบาลเกาหลีเหนือมีปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวผู้นำเกาหลีเหนือเพราะยังไม่ลงตัว ได้ลูกชายชื่อ คิม จอง อุน ของผู้นำสูงสุด คิม จอง อิล เข้ามาแทนที่ ดูเหมือนการสับเปลี่ยนขั้วอำนาจสร้างความไม่พอใจกับผู้นำอาวุโส เพราะแซงหน้าผู้นำอาวุโสมากมาย
ประเด็นที่น่าสนใจคือเกาหลีเหนือได้ยิงระเบิดปืนใหญ่กว่า 200 นัด เข้าไปในเกาะยอนเปียงของเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวใครเลย หรือต้องมาเคารพกฎหมายระหว่างประเทศแบบประเทศศิวิไลซ์เขาทำกัน ทำไมเกาหลีเหนือจึงประพฤติตัวเช่นนั้นได้? ทำไมเกาหลีเหนือจึงบ้าบิ่นอย่างนี้ ไม่กลัวเกิดสงครามหรืออย่างไร?
คำตอบมีอย่างชัดเจนว่าไม่กลัว ไม่แคร์ ถ้าสงครามเกิดที่คาบสมุทรเกาหลี มันก็ต้องเกิดวันยังค่ำห้ามไม่ได้ อีกอย่างมันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทางเกาหลีเหนือไม่มีอะไรเสียเลย ยกเว้นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ล้าสมัยถ้าถูกเกาหลีใต้ตอบโต้ ถ้าเกิดสงครามไม่ว่าจะเป็นกี่นาทีหรือกี่ชั่วโมงหรือเป็นวันๆ ก็ตาม เกาหลีใต้จะได้รับผลกระทบกระเทือนอย่างร้ายกาจทางด้านเศรษฐกิจซึ่งขึ้นอยู่ในสิบอันดับแรกของโลก
เกาหลีเหนือรู้ดีว่าโลกฝ่ายตะวันตกไม่สามารถรวมตัวกัน เพราะมีผลประโยชน์ขัดกัน ดูกรณีอิหร่านเป็นตัวอย่าง ทางสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรไม่อยากเห็นอิหร่านมีนิวเคลียร์ แต่รัสเซียเห็นว่าเป็นสิทธิของอิหร่านเพราะตัวเองอยากขายเทคโนโลยีทางด้านนิวเคลียร์ให้ ที่ร้ายที่สุดไม่มีประเทศไหนต้องการเห็นการล่มสลายของเกาหลีเหนือในขณะนี้ จึงไม่แปลกเกาหลีใต้ต้องอดทนยอมรับความกร่างของเกาหลีเหนือไม่เว้นแต่ละวัน
หันมาดูสัมพันธ์ไทย-พม่า ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน ฝ่ายไทยมักพูดอยู่เสมอว่า ไม่อยากเห็นพม่าถูกแบ่งแยกออกเป็นประเทศเล็กๆ มากมาย เนื่องจากมีชนกลุ่มน้อยเยอะมาก จึงพยายามรักษานโยบายเก่าๆ ที่มีมานานคืออย่าไปยุ่งกับพม่า ปล่อยไปตามมีตามเกิด กลัวว่าพม่าจะทำโทษเรา
ตลอดเวลาที่ผ่านมาฝ่ายไทยจึงอดทนแบบเกาหลีใต้นั่นแหละ ยอมรับการกระทำทุกสิ่งทุกอย่างของพม่า เพราะกลัวว่าพม่าจะไม่ส่งแก๊สธรรมชาติหรือทรัพยากรธรรมชาติให้ไทย ถ้าพม่าโกธร ตอนนี้ความต้องการพลังงานภาคอุตสาหกรรมไทยมีมาก แนวโน้มคือเราต้องพึ่งพลังงานขาเข้าจากพม่ามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น ตอนนี้ผู้บริหารพลังงานไทยรับทรัพย์อย่างเดียว ไม่ได้คิดถึงทางเลือก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะสัมฤทธิผล
ขอเตือน วันหนึ่งมีความเป็นได้ทางพม่าจะทำโทษไทย โดยหยุดส่งแก๊สธรรมชาติให้ชั่วคราว แบบที่จีนทำกับญี่ปุ่นในกรณีแร่ธาตุหายาก อย่าคิดว่าสัมพันธ์เศรษฐกิจยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งทำอะไรไม่ได้



