
ปชป.รอดข้อสงสัยไม่สิ้น
ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยด้วยคะแนนเสียง 4 : 2 ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นให้พรรคการเมืองพรรคนี้ ยังคงสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไปได้ อันมีนัยสำคัญที่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ
ที่มีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนหน้านี้ แต่การพิจารณาวินิจฉัยในข้อกฎหมาย อันหมายถึงการพิจารณาการตีความตามบทบัญญัติของกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานอ้างอิง ก็เท่ากับข้อเท็จจริงต่างๆ ที่กล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์กระทำความผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง และพรรคฝ่ายค้านได้ชี้ให้เห็นเงื่อนงำเมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งสุดท้าย ก็ยังคงเป็นเงื่อนงำและคำถามทางการเมืองต่อไป
ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีนี้ ก็ปรากฏคลิปที่อ้างหรือทำให้เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเคลื่อนไหวในทางคดี โดยเฉพาะการพบปะกันระหว่างนายวิรัช ร่มเย็น ทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ และนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการส่วนตัวนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งภาพนายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายอีกคนหนึ่ง ไปรับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะตีความสิ่งนี้ว่าอย่างไร แต่ผลในทางคดีที่เป็นคุณกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็เพียงพอที่ฝ่ายตรงข้ามจะฉกฉวยไปเป็นประโยชน์ทางการเมือง และแน่นอนที่สุดคือข้อกล่าวอ้างคำว่าสองมาตรฐาน ที่พรรคฝ่ายค้านเชื่อมาตลอดว่า การตัดสินชะตากรรมของพรรคการเมืองในนามศาลรัฐธรรมนูญมีวาระแอบแฝง
องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์เนื่องจากใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมือง จำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ โดยสรุปยกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ แปลว่าในกระบวนการทั้ง 5 ข้อ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพียงข้อเดียวโดยเห็นชอบว่า กกต.ทำตามกระบวนการ โดยให้นายทะเบียนพรรคการเมืองได้พิจารณาและยื่นคำร้องนั้นถูกต้อง แต่ระยะเวลาไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งนับจากวันที่รับทราบการกระทำผิด ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน แต่ กกต.ยื่นล่าช้ากว่ากำหนด โดยรับทราบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2553 เมื่อมีการไต่สวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง นับตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2552 จึงเท่ากับว่า กกต.ยื่นล่าช้ากว่ากำหนด ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยยกคำร้อง
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นที่สุดในข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ว่าข้อเท็จจริงที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้เงินไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ จะยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายคลางแคลงใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนว่า เหตุผลที่ศาลจะอธิบายในการวินิจฉัยคดียุบพรรคนั้น จะเป็นเหตุผลที่ประชาชนเข้าใจและยอมรับได้ แต่ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณาและแสดงเหตุผลก่อนการตัดสินคดีนี้เพียง 45 นาที อีกทั้งเป็นการพิจารณาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งประชาชนทั่วไปทำความเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก ประชาธิปัตย์จึงยังมีคำถามที่ต้องตอบประชาชนต่อไป



