
รักครั้งแรก..หึงโหด"ฝังทั้งเป็น"
จากเด็กหนุ่มหน้าตาใสซื่อ ท่าทางสุภาพเรียบร้อย เป็นคนขยันเอาการเอางาน แต่แอบไปรักใคร่ชอบพอสาวใหญ่พราวเสน่ห์ ด้วยรักแรกที่แฝงไปด้วยสิเน่หาอันรุนแรง นำไปสู่จุดจบ "ฆาตกรรม" ฝังร่างสาวคนรักทั้งเป็น !!
"อธิพล ม่วงน้อย" หรือ "สอง" อายุ 19 ปี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีฆาตกรรม "กัญญารัตน์ สีสุมา" หรือ "ใจ" อายุ 44 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย หลังจากรู้จักกันมา 3 เดือน พบกันครั้งแรก อิทธิพล ขายปลาอยู่ในตลาด เจอลูกค้าสาวใหญ่ทักทายถึงพ่อค้าหนุ่มน้อยที่ต้องมาขายปลาคนเดียว เมื่อได้รับคำตอบถึงความแร้นแค้นในชีวิตที่พ่อแม่ต้องแยกทางกัน สาวใหญ่เอ่ยปากชมว่าเป็นเด็กดี ขยันทำมาหากิน แถมหน้าตาก็ดี จึงทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ติดต่อ
"พี่ใจเปิดร้านเสริมสวย เขาบอกว่าอยากตัดผมก็โทรศัพท์ไปหา สองวันต่อมาผมก็โทรศัพท์นัดตัดผม พี่เขาคุยเก่งมาก หลังจากนั้น พี่ใจก็โทรศัพท์มาชวนผมไปกินข้าว แล้วก็ติดต่อกันมาหลายครั้งจนได้เสียกับพี่ใจ ตอนนั้นพี่เขาบอกว่าเป็นหม้าย" นายอธิพล ระบุ
ส่วนปมเหตุที่นำไปสู่วันมรณะของสาวใหญ่เจ้าของร้านเสริมสวยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน ระหว่างที่หนุ่มน้อยกำลังไปกินข้าวด้วยกันตามนัดของสาวใหญ่ แต่เธอได้พูดคุยโทรศัพท์อย่างสนุกสนาน จึงรู้สึกไม่พอใจ และรู้แล้วว่า เธอมีสามีแล้ว แถมยังคบหากับผู้ชายอีกหลายคน ยิ่งเพิ่มทวีความหึงหวงให้แก่ "อธิพล" ซึ่งรู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังถูกหลอก ทั้งที่ความรักที่ก่อเกิดขึ้นมาเป็นรักแรกของเด็กหนุ่ม จึงวางแผนฆ่าแฟนสาวใหญ่โดยที่ไม่ให้เจ็บปวด !!
"วันนั้นเอง ผมไปซื้อยานอนหลับจากร้านขายยากว่า 10 เม็ด นำมาบดจนละเอียดแอบใส่ในแก้วน้ำหวานไว้ให้พี่ใจกินจนหมด แล้วชวนพี่ใจซ้อนรถจักรยานยนต์อ้างว่าจะพาไปเที่ยวแต่ขับมาได้เพียง 10 นาที พี่ใจบอกว่าง่วงแล้วก็หล่นจากรถจักรยานยนต์มาที่พื้นถนน จังหวะนั้นผมก็ลากพี่ใจเข้าไปในป่าข้างทาง แล้วไปยืมจอบจากชาวบ้านละแวกนั้นมาขุดหลุมให้พอดีตัว แล้วผลักเธอลงไปในหลุม พยายามหาเศษอิฐ เศษปูน แล้วใช้ดินกลบ ก่อนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ" อธิพล ระบุ
หลังจากการหายตัวไปอย่างลึกลับของ กัญญารัตน์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน สามีของเธอ ได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน จนกระทั่งวันที่ 17 พฤศจิกายน ตำรวจ สภ.กลางดง รับแจ้งพบศพถูกฝังดินไว้ ซึ่งเป็นศพของ กัญญารัตน์นั่นเอง
การสืบสวนสอบสวนหาฆาตกรจึงเริ่มต้นขึ้น โดยชุดสืบสวนตั้งปมเรื่องชู้สาวเพราะนางกัญญารัตน์ มีผู้ชายที่มาใช้บริการตัดผมติดพันอยู่หลายคน ซึ่งชุดสืบสวนเรียกผู้ต้องสงสัยทุกคนมาสอบสวน รวมถึงนายอธิพล ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับแรกๆ แต่ขาดพยานหลักฐาน จนในที่สุด นายอธิพลก็ยอมปริปากรับสารภาพ เพราะรู้สึกสงสาร พ่อและพี่เขย ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและกำลังถูกสอบสวนอยู่
"ผมไม่สบายใจครับ" นายอธิพล บอกกับชุดสืบสวนด้วยประโยคที่มีนัย พร้อมด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยแววตาแดงก่ำ
"หนูเป็นคนทำหรือ" หนึ่งในทีมสอบสวนของ พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รองผบก.ภ.จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ชลาสิทธิ์ ชลาลัย ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา และ พ.ต.ท.เฉลิมเดช เฉลิมวงศ์ สวญ.สภ.กลางดง ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนตั้งคำถาม
"ใช่ครับผมเป็นคนทำ" นายอธิพล รับสารภาพท่ามกลางความตกตะลึงของผู้เป็นพ่อและพี่เขย
เบื้องต้น ชุดสืบสวนเกือบจะไม่เชื่อว่านายอธิพลเป็นผู้กระทำเพียงคนเดียว แต่ต้องเชื่อด้วยหลักฐานจากสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือของนางกัญญารัตน์ที่ซุกซ่อนไว้ใต้ฐานแท็งก์น้ำภายในบ้านเลขที่ 238 หมู่ 5 บ้านป่าเสียด ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และที่เกิดเหตุจุดที่ตกลงจากรถจักรยานยนต์แล้วถูกลากไปฆ่าฝังดินบริเวณสวนป่าสัก บ้านถ้ำเต่า หมู่ 15 ต.กลางดง พร้อมทั้งจุดที่ไปยืมจอบจากชาวบ้านในละแวกนั้นมาฝังกลบสาวคนรัก
"คดีนี้มีการวางแผนมาก่อน เหยื่อเพียงแค่หมดสติ แต่นายอธิพลอ้างว่าไม่มีลมหายใจแล้ว จึงนำไปฝัง แต่ผลชันสูตรไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายให้เสียชีวิต อาจมีความเป็นไปได้ว่าฆ่าทั้งเป็น ก่อนหน้านั้นนายอธิพล รวมถึงผู้ชายคนอื่นอีกหลายคนตกเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ทุกคนสามารถยืนยันถิ่นที่อยู่ได้เกือบหมด ยกเว้นพ่อและพี่เขย รวมถึงนายอธิพล ที่ให้ปากคำขัดแย้งกันอยู่ สุดท้ายนายอธิพลก็รับสารภาพ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเพราะนายอธิพลเป็นเด็กดี กตัญญู ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ไม่น่าจะก่อเหตุแบบนี้" พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ ระบุ



