
กทม.ลงนามจ้างบีทีเอสบริการเดินรถไฟฟ้าอ่อนนุช-แบริ่ง
กทม.ลงนามจ้าง บีทีเอส เป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย อ่อนนุช-แบริ่ง ค่าจ้าง 647.1 ล./ปี
(29พ.ย.) นายประพันธ์พงษ์ เวชชาชีวะ ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) วิสาหกิจของ กทม. และนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี ได้ร่วมลงนามในสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท ตอนที่ 1 จากอ่อนนุช-แบริ่ง ระยะทาง 5.25 กิโลเมตร โดยมีนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมเป็นสักขีพยาน โดย กทม.ได้เรียกบีทีเอสซี มาเจรจาต่อรองเรื่องการรับจ้างเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเพียงบริษัทเดียว
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ บ.บีทีเอสซี กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้บีทีเอสซี จะต้องเป็นผู้จัดหารถไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการประชาชนในเส้นทางส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง ตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดให้บริการ ซึ่ง กทม.คาดว่าจะเป็นวันที่ 12 ส.ค.2554 โดยเบื้องต้นได้เซ็นสัญญาปีเดียว วงเงิน 630 ล้านบาท หากรวมภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นวงเงิน 674 .1 ล้านบาท ส่วนปีต่อไปปรับตามสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ ซึ่งต่อไปจะต้องมาตกลงเรื่องระยะเวลาว่าจ้างอีกครั้ง แต่จากการหารือกันอาจจะต่อสัญญาไปถึงอีก 19 ปี ซึ่งสิ้นสุดเวลาสัมปทานที่บีทีเอสซีเหลืออยู่กับ กทม. ในเส้นทางสัมปทานสายสุขุมวิทและสีลม ระยะทาง 22 กิโลเมตร ในปัจจุบัน ที่บีทีเอสซีได้รับสัมปทาน 30 ปี
ทั้งนี้จากสัญญาว่าจ้างที่ได้รับครั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะจัดซื้อรถไฟฟ้าจากบริษัท ซีเมนส์ แห่งเยอรมนีเพิ่มจากเดิมอีก 35 ตู้วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อนำมาวิ่งให้บริการในเส้นทางสุขุมวิทดังกล่าว ไม่รวมกับที่ได้สั่งซื้อขบวนรถไฟฟ้าจากประเทศจีนจำนวน 12 ขบวนๆ ละ 4 ตู้ รวมทั้งสิ้น 48 ตู้ก่อนหน้านี้มาเพื่อในอนาคตจะได้นำขบวนรถดังกล่าวใช้วิ่งให้บริการเฉพาะเส้นทางสีลมเท่านั้น
ในส่วนของรายได้ของเส้นทางอ่อนนุช-แบริ่งนี้บีทีเอสซีจะเป็นผู้จัดเก็บรายได้แล้วส่งต่อให้แก่กทม.ทั้งหมดโดยไม่มีการแบ่งรายได้แก่บีทีเอสซีแต่อย่างใด บีทีเอสซีจะมีรายได้จากค่าจ้างเดินรถและเก็บเงินจัดส่งให้เท่านั้น โดยคาดว่าจะมีประชาชนมาใช้บริการตามที่กทม.คาดการณ์ไว้อยู่ที่ 1 00,000 คนต่อวันในปีแรก ซึ่งก็ขึ้นอยู่ว่ากทม.จะมีนโยบายจัดเก็บค่าโดยสารเท่าไร
นายคีรี กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีศักยภาพทางการเงินที่จะสามารถเป็นผู้เดินรถในส่วนต่อขยายทุกเส้นทางของกทม.ในอนาคตหากกทม.จะเห็นชอบให้บีทีเอสดำเนินการ ล่าสุดบริษัทมีแผนที่จะออก Convertible Bond (เงินกู้แปลงสภาพ) วงเงิน 1 หมื่นล้านบาทในตลาดเงินต่างประเทศ จากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกได้ออกบอนด์ในประเทศวงเงิน1.2หมื่นล้านบาทเมื่อเดือนสิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บีทีเอสซีเพิ่งจะได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้ให้บริการเดินรถส่วนต่อขยาย 2.2 กม.มาก่อนหน้านี้ด้วยวงเงินประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 28 เดือน ในขณะที่ในอนาคตกทม.มีแผนที่จะก่อสร้างโครงการส่วนต่อขยายเส้นทางตากสินถึงบางหว้า ประมาณ 3 กม.อีกในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งบีทีเอสซีมีสิทธิ์สูงที่จะคว้าชัยเป็นผู้รับจ้างเดินรถอีกครั้ง



