
มาร์คชี้ปชป.ไม่ยุบเดินหน้าปรองดอง
"อภิสิทธิ์"ย้ำปชป.ไม่ถูกยุบไม่ใช่ 2 มาตรฐาน เดินหน้าแก้น้ำท่วม-ปฏิรูป-ปรองดอง ผบ.ตร.ระบุ ยังไม่พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองใดๆ ต่อการแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมรักษาความปลอดภัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างเข้มงวด
เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่อาคารม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เปิดใจภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้องคดียุบพรรคว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบคุณคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค และนายบัณฑิต ศิริพันธ์ ทีมกฎหมายพรรคฯ ซึ่งทำงานหนักมาตลอดเวลาในการว่าคดี โดยเฉพาะนายชวนถึงแม้จะป่วยก็ยังทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และวันนี้ก็ได้มีการแถลงปิดคดี ซึ่งได้มีการสรุปถึงที่ไปที่มาของคดีอย่างที่หลายฝ่ายอาจจะไม่ได้รับทราบมาก่อน
“ผมขอกราบขอบพระคุณ ทั้งสมาชิกพรรค ผู้สนับสนุน และประชาชนที่กำลังใจพรรคและผมมาโดยตลอด ผมถือว่าวันนี้ในส่วนของคดีนี้ถือว่าจบ และเป็นหน้าที่ของพรรคในการที่จะเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ในฐานะแกนนำของรัฐบาล ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดคำวินิจฉัยของคดีผมขอไม่แสดงความเห็น เป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถตรวจสอบหรือศึกษาได้จากคำวินิจฉัยทีจะมีการเผยแพร่ออกมา ขอย้ำอีกครั้งว่าพรรคประชาธิปัตย์เคารพในคำวินิจฉัยและกระบวนการทั้งหมดที่ดำเนินการมา และถือว่าได้ทำหน้าที่ของเรา ในการต่อสู้คดีตามกฎหมาย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าหลังจากที่ศาลมีคำวินิจฉัยในการเตรียมแผนรักษาความสงบเรียบร้อยจะดำเนินการอย่าง นายกฯ กลาวว่า ก็ต้องทำต่อเนื่อง เพราะยังไม่ทราบว่าปฏิกิริยาจากกลุ่มต่างๆจะเป็นอย่างไร แต่ตนได้พูดคำวินิจฉัยจะออกมาแล้วว่า สังคมจะต้องยอมรับกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ กระบวนการยุติธรรม และกระบวนการของศาล อย่างไรก็ตามหลายครั้งมักจะเกิดปัญหาตามมาหลังคำพิพากษาของศาล ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงโดยพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ซึ่งหารือกับตนที่ศาลรัฐธรรมนูญเบื้องต้น รายงานว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่และวางแนวทางในการดูแลความสงบเรียบเร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าแม้อาจจะไม่เกิดการชุมนุมแต่ปัญหาอาจแปรสภาพไปเกิดเรื่องวินาศกรรม นายกฯ กล่าวว่า ผบ.ตร.ได้รายงานให้ตนทราบวาเตรียมรับมือกับทุกๆรูปแบบไว้แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าพื้นที่ใดเป็นจุดเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า หลังคำพิพากษายังมีจุดใดที่กังวลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีเรื่องที่ต้องดูแลแก้ไขปัญหาเยอะ ซึ่งตนต้องทำหน้าที่ต่อไปในการดูแลปัญหาบ้านเมือง ไม่ได้มีความกังวลอะไรเป็นพิเศษ เพราะทราบอยู่แล้วว่าปัญหาที่มีอยู่ในขณะนี้ เป็นปัญหาที่อาจจะผูกโยงอยู่กับเรื่องของคดีต่างๆบ้าง แต่คงไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างว่าจะผูกอยู่กับตรงนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้งานด่วนสำคัญก็เป็นเรื่องการฟื้นฟูหลังเกิดปัญหาน้ำท่วมและเร่งทำงานด้านการปฏิรูป และงานปรองดองออกมา เพราะใกล้สิ้นปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ตนเคยกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องเห็นหลายสิ่งหลายอย่างเป็นรูปธรรม
ต่อข้อถามว่าเมื่อพ้นวิบากกรรมตรงนี้คิดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีเงินบริจาค 258 ล้านหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถไปวิเคราะห์อย่างนั้นได้ คงต้องดูรายละเอียดของคำวินิจฉัยของศาลอีกครั้งหนึ่งเพราะเป็นคนละคดีกัน เมื่อผู้สื่อข่าวซักอีกว่ายังไม่โล่งใจอีกหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันเป็นคนละคดีกัน ยังไม่ทราบว่าศาลท่านจะมีแนวทางอย่างไร
นายอภิสิทธิ์ยังได้ตอบข้อซักถามที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะนำประเด็นคำวินิจฉัยของศาลในการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมว่าเป็นเรื่องสองมาตรฐานว่า ส่วนตัวคิดว่าต้องไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลและต้องไปดูคำว่าสองมาตรฐานจะต้องมีกรณีที่เหมือนกันและปฏิบัติไม่เหมือนกัน ต้องไปดูว่าคำว่าสองมาตรฐานที่ใครมาอ้างมีการไปเทียบเคียงกับกรณีไหนที่เหมือนกับกรณีนี้ ความจริงจะเห็นได้ว่าคำแถลงปิดคดีของนายชวนได้ย้ำถึงความไม่เหมือนของคดีนี้ในเรื่องของกระบวนการ เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ ทั้งนี้ในส่วนของการทำให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลส่วนหนึ่งในการเผยแพร่คำวินิจฉัย
เมื่อถามว่าการที่ศาลใช้ประเด็นในเรื่องการยื่นไม่ทันกำหนดแต่ยังไม่มีการวินิจฉัยความถูกผิดของการใช้เงินโดยกฎหมายแล้วกกต.จะสามารถยื่นร้องได้อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบครับ ต้องไปถามกกต. และคงต้องไปอ่านคำวินิจฉัยของศาล เพราะเราก็เพิ่งฟังครั้งเดียว คงต้องไปดูในความหมายในแต่ละประเด็นอย่างลึกซึ้งอีกครั้งหนึ่ง”
ผู้สื่อข่าวถามว่าศาลวินิจฉัยเฉพาะในข้อกฎหมายแต่ไม่ได้ข้อยุติในข้อเท็จจริงจะกลายเป็นการปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องช่วยกันอธิบายตามกระบวนการว่ามันเป็นอย่างไร เพราะเราไม่มีสิทธิ์ การตั้งประเด็นทั้งหมดเป็นการตั้งประเด็นที่ศาลท่านกำหนด และต้องวินิจฉัยไปตามกระบวนการ เราจะไปบอกว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าในส่วนของพรรคจะทำความเข้าใจอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็เผยแพร่คำวินิจฉัยของศาลตามความเป็นจริง เมื่อซักต่อว่าแต่ยังมีฝ่ายที่ตั้งใจที่จะไม่เข้าใจจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คนตั้งใจที่จะไม่เข้าใจ อย่างไรก็คงไม่เข้าใจ
ต่อข้อถามว่ามองอย่างไรที่ถูกมองว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ถูกยุบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย มันชัดเจน มันไม่มีข้อยกเว้นหรอก และศาลไม่ได้มีตรงไหนในเหตุผลของศาลว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ และไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน เมื่อเป็นผู้ถูกร้องก็ต้องยึดตามมาตรฐานนี้
เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าหลังจากนี้ไปสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรโดยเฉพาะในช่วงปลายปีจะสงบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ตนยังมีความกังวล เพราะยังมีการพูดถึงการชุมนุมและการเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งก็คงต้องแก้ไขปัญหาต่อไป ส่วนสิ่งที่น่ากังวลมีหลายเรื่องสูสีกัน แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้หมายความว่าพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจะไม่ยกเลิก
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรก็จะชุมนุมวันที่ 11 ธ.ค.. เป็นไปได้หรือไม่ที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนตอบแทนแต่ละกลุ่มไม่ได้ แต่จะพยายามชี้แจงให้ดีที่สุดและยืนยันว่าทุกเสียงที่มีการสะท้อนมาเกี่ยวข้องอะไรกับประโยชน์ของประเทศตนพร้อมรับฟัง อะไรที่เห็นด้วยก็ทำ อะไรที่เห็นไม่ตรงกันตนก็จะอธิบายให้ดีที่สุด แต่อยากให้ทุกฝ่ายเคารพการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่ากระบวนการที่จะนำไปสู่การยุบสภาตัดสินใจง่ายขึ้นหรือไม่หลังจากพ้นคดีนี้ไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกัน เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการยุบสภาตนไม่ได้พูดถึงเรื่องคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากนายอภิสิทธิ์แถลงข่าวเสร็จสิ้นได้พักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของพรรคประชาธิปัตย์ได้นำหนังสือ “ความจริงสู้อธรรม คำแถลงการณ์ปิดคดีพรรคประชาธิปัตย์ 2553 ” ซึ่งเป็นหนังสือที่ชี้แจงสังคมกรณีของคดีเงิน 29 ล้านบาท มาแจกให้กับสื่อมวลชนด้วย
ผบ.ตร.ระบุยังไม่พบกลุ่มเคลื่อนไหววันแถลงยุบปชป.
พล.ต.อ. วิเชียร เปิดเผยว่า จากการกระเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ เกี่ยวกับการแถลงปิดคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงิน 29 ล้านบาท ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุที่จะนำไปสู่ความวุ่นวาย หรือการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองใดๆ โดยเบื้องต้น ขอให้ประชาชนรับฟังการแถลงปิดคดีอยู่ ณ ที่ตั้ง อย่าเดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันความวุ่นวาย ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษาใดๆ ออกมาภายในวันนี้ ตำรวจจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลแสดงความเป็นห่วงความปลอดภัยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ตำรวจสันติบาล ประสานเรื่องการรักษาความปลอดภัยกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ อย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนต่างๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการวางกำลังและแผนการต่างๆ ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่



