ข่าว

‘ประยุทธ์’ชม’เทือก’รับได้ถ้านั่งนายกฯ

‘ประยุทธ์’ชม’เทือก’รับได้ถ้านั่งนายกฯ

29 พ.ย. 2553

“ประยุทธ์”ลั่นไม่ยอมให้เหลือง-แดงตีกัน ยันไม่เคยคิด“ปฏิวัติ”เชื่อทุกอย่างจบ หากทุกม็อบเคารพศาล-หยุดเคลื่อนไหวหลังพิพากษายุบปชป. ชี้ใครทำรุนแรงต้องรับผิดชอบ ยันทหารไม่เคยแทรกแซงศาล ชม“สุเทพ”เก่ง รับได้นั่งนายกฯแทนหากยุบปชป.

(29พ.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันที่ 5 ธันวาคมนี้ว่า ในวันนี้เวลา 13.30 น. จะมีการประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล โดยรองนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในการประชุม ซึ่งจะมีการเชิญรมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาประชุมเพื่อทบทวนแผนการเตรียมการรักษาความปลอดภัยระหว่างวันที่ 1- 9 ธันวาคมนี้ ซึ่งคงจะต้องดูในละเอียด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งพื้นที่ทางบกและทางน้ำ ทั้งนี้ในส่วนกองทัพบกเรามีแผนเผชิญเหตุตลอดเวลาว่า เราจะใช้กำลังขนาดไหน อย่างไร ซึ่งเราจะมีการจัดกำลังทหารร่วมกับกำลังตำรวจอยู่ว่า หากเหตุการณ์ถึงขั้นนี้จะใช้กำลังเท่าไร

 "ขณะนี้ยังไม่น่าห่วง เพราะประชาชนส่วนใหญ่น่าจะเข้าใจสถานการณ์ในวันนี้ว่า เราควรให้มันไปทางไหน วันนี้เราต้องฟังกระบวนการยุติธรรมว่า เขาตัดสินอย่างไร และต้องไปแก้ไขในระบอบประชาธิปไตย ส่วนเราดูแลความสงบเรียบร้อย ขอร้องว่า ไม่ว่าผลอกมาอย่างไร อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันเฝ้าระวัง และดูแลว่า กระบวนการประชาธิปไตยต้องมีการแก้ไข ปรับปรุงตลอดเวลาตามกฎหมาย ไม่ต้องกังวลว่า เกิดอย่างนี้แล้วจะเป็นอย่างไร หากเราคิดไปเรื่อยๆจะเห็นแต่ความน่าเป็นห่วง ทำให้ประเทศชาติเกิดความไม่มั่นคง ที่สำคัญความเข้าใจของประเทศรอบบ้านและประชาคมโลกจะเข้าใจเราไปในทางที่ไม่ถูกต้อง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

     เมื่อถามว่า ไม่ว่า ผลการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จะออกมาอย่างไร กองทัพพร้อมยอมรับใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในกระบวนการประชาธิปไตย ขอร้องว่า ใครก็ตามที่มุ่งให้เกิดความรุนแรงขึ้นจะต้องรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองเรียบร้อยมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา มีคนออกมากล่าวว่า จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งตนถือว่า เป็นสิ่งที่ดี เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ออกมาเคลื่อนไหวก็จบ และปล่อยให้กระบวนการประชาธิปไตยแก้กันไป ทั้งนี้ต้องดูว่า เขาจะทำได้หรือไม่

 เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า กองทัพจะไม่เข้าไปเป็นอำนาจนอกระบบเข้าไปแทรกแซงประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เคยเป็นอยู่แล้ว และเราไม่เคยแทรกแซง เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด หนทางใดก็ตามที่บ้านเมืองและสถาบันจะปลอดภัย นั่นแหล่ะคือ สิ่งที่เราต้องทำเพื่อประชาชนโดยรวม

 เมื่อถามว่า กองทัพมีแผนรับมืออย่างไร หากหลังคดียุบพรรคจะมีกลุ่มเสื้อเหลือง และกลุ่มเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ให้รัฐบาลสั่งการมา เราพร้อมเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย ประเด็นสำคัญ คือ เราให้คนไทยทะเลาะกันไม่ได้ ส่วนการรักษาความปลอดภัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น แผนในปัจจุบันขั้นต้นมีตำรวจคอยดูแลอยู่ทั้งหมด โดยยังไม่ได้มีการขอกำลังทหาร ซึ่งทหารจะดูในภาพรวมเป็นกำลังสนับสนุนส่วนที่ 2 เมื่อตำรวจร้องขอ

 เมื่อถามว่า ส่วนตัวท่านอยากหรือไม่อยากให้มีการยุบพรรคหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี ตนทำไปตามกฎหมายและกลไกประชาธิปไตย ตนเอาใจของตนเป็นหลักไม่ได้ ส่วนที่มีการมองว่า กองทัพมีความใกล้ชิดกับรัฐบาลนั้น อาจเป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา เราได้ทำงานร่วมกัน และคุ้นเคยกับนายกรัฐมนตรี เพราะเคยแก้ปัญหาสถานการณ์มาด้วยกัน และหากเกิดอะไรขึ้นมา ท่านและตนก็ตนรับได้อยู่แล้ว

   เมื่อถามว่า หากยุบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี กองทัพรับได้หรือไม่  พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามกลับว่า “มันเป็นเรื่องของกลไกหรือไม่ กระบวนการประชาธิปไตยเขาว่า อย่างไร เป็นได้หรือไม่ ถ้าเป็นได้ก็เป็น เป็นไม่ได้ก็ไม่เป็น ผมจะต่อต้านอะไรได้ แต่นายสุเทพถือเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบสูง”

 เมื่อถามว่า นายสุเทพ เข้าใจกองทัพใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องรวมถึงประชาชนด้วย ไม่ใช่เข้าใจเฉพาะคนนั้นคนนี้ แล้วมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน ถามว่า ตอบแทนตรงไหน ตนได้อะไรตรงไหน เป็นเรื่องของกองทัพที่ทำอย่างไรกองทัพจะเข้มแข็ง เป็นแผนพัฒนากองทัพที่เราต้องมีการพัฒนาคนและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ภายใน 10 ปีต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่า 10 ปียังเหมือนเดิม ประเทศรอบบ้านพัฒนาไปจนถึงไหนแล้ว ตนจึงอยากให้กลับมาดูกองทัพ หากต้องการให้กองทัพแข็งแรง ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ หากเราไม่มีกำลังทหารที่พอเพียง ศักยภาพเราก็จะด้อยลง และจะรักษาผลประโยชน์ไม่ได้ ดังนั้นอยากให้ทุกคนทบทวนว่า การจัดหายุทโธปกรณ์มีความสำคัญเพื่อไม่ให้รบกัน หากไม่มียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยก็สู้เขาไม่ได้ ไม่ใช่มองว่า รัฐบาลให้มาเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน ทุกอย่างมีกลไก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้ประโยชน์กัน

 เมื่อถามว่า หากกลุ่มเสื้อแดง และเสื้อเหลืองไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล ทหารจะออกมาปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอก ไม่มีเรื่องนั้นอยู่แล้ว มีแต่ใครที่คิดแทนผมเท่านั้น ผมยังไม่เคยคิด ผมไม่เคยพูด สื่อสังคมก็อย่าพูด ผมไม่พูดว่า ปฏิวัติหรือไม่ปฏิวัติ แต่ผมพูดอย่างเดียว ประชาชนต้องปลอดภัย อย่าตีกัน” เมื่อถามย้ำว่า หากกลุ่มเสื้อแดงกับเสื้เหลืองตีกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมจะไม่ให้ตีกัน ใช้ฏหมายห้ามปราม และจับผู้กระทำความผิดทั้งคู่ ใครผิดก็จับตามกฎหมาย” เมื่อถามว่า จะบอกอย่างไรให้ประชาชนไม่ต้องกลัวว่า ทหารจะปฏิวัติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะกลัวอะไร หน้าที่ของทหารเป็นที่พึ่งประชาชน ดูทุกข์สุขเมื่อภัยมา

 เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยระบุว่า จะเลือกยุบสภามากกว่าการปฏิวัติ พล.อ.ประยุทธฑ์ กล่าวว่า ท่านพูดไปตามที่นักข่าวถาม บางครั้งตนก็ตอบคำถามสื่อตามที่สื่อถาม และบางทีไปเข้าล็อคพอดี ส่วนการทุจริตคอรัปชั่นต้องดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เป็นคดีกันอยู่

  เมื่อถามว่า กองทัพเข้มแข็งพอที่จะดำเนินการกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่า กองทัพแข็งแรงมานานแล้ว ใครบอกว่า กองทัพไม่แข็งแรง ถามว่า กองทัพจะใช้ความรุนแรงได้หรือไม่ ใช้กำลัง ใช้ปืนมาปราบปรามหรือ เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า เขามีการใช้อาวุธหรือไม่ ถ้ามีใครใช้อาวุธจะต้องมีกฎหมายออกมาดำเนินการ เราไม่ได้มุ่งหวังหรือสั่งการให้ใช้อาวุธเพื่อทำร้ายประชาชน และผู้กระทำไม่ได้ปฏิบัติว่า ยิงคนตาย ดังนั้นปล่อยให้มีการสืบสวนกันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย อย่าเพิ่งไปวิจารณ์ว่า ใครทำ เรื่องนี้ต้องสอบสวนให้ได้ เมื่อถามว่า วันนี้ท่านจะวางตัวอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนวางตัวอยู่บนสองขาของตนเองงไม่ได้ไปไหน