
จากนี้ไปคงต้องขอให้ทุกคนเข้ามาช่วยเหลือ
ฟุตบอลอาชีพกำลังเป็นรูปแบบใหม่ที่ทุกจังหวัดหันมาให้ความสำคัญในการจัดตั้งเป็นสโมสรขึ้นมา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรายการลีกภูมิภาค สำหรับทีมฟุตบอลจากกาญจนบุรี ในชื่อของ "เมืองกาญจน์เอฟซี" มี ชูศักดิ์ แม้นทิม สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ในฐานะน
ได้ประสบการณ์อย่างไรเมื่อเข้ามาคุมทีม
ชูศักดิ์ : ผมทำงานด้านกีฬาระดับเยาวชนมาแล้ว 5 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา ก็มีการเรียกร้องจากแฟนบอลว่าทำไมเมืองกาญจน์ไม่มีสโมสรฟุตบอลส่งแข่งขันระดับอาชีพกับเขาบ้าง ก็เลยทำทีมขึ้นมา ตอนแรกก็นึกว่าเป็นงานง่ายๆ แต่พอทำเข้าจริงไม่ง่ายอย่างคิด เพราะฝีมือยังไม่ถึงชั้น ก็คิดว่าไหนๆ ก็ดิ้นรนสู้มันไป โดยก่อนตั้งชื่อทีม ก็มีแฟนคลับได้ช่วยกันตั้งชื่อผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยใช้ชื่อทีมว่า เมืองกาญจน์เอฟซี จากนั้นจัดตั้งคณะกรรมการการทำงานขึ้นมา โดยมีโค้ชฝีมือระดับฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ นักกีฬาที่เล่นก็เป็นนักกีฬาของเมืองกาญจน์ทั้งนั้น ปีที่แล้วก็ส่งทีมเข้าแข่งขันก็ประสบผลสำเร็จเลกในช่วงแรก อยู่ในระดับที่ 1 และที่ 2 มาตลอด แต่จบฤดูกาลไม่สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ หากจะให้สโมสรแห่งนี้ก้าวไปข้างหน้าได้ ผมว่าความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายในพื้นที่กาญจนบุรี จะมีส่วนสำคัญอย่างมาก จากนี้ไปคงต้องขอให้ทุกคนเข้ามาช่วยเหลือ
พอใจกับผลงานแค่ไหน
ชูศักดิ์ : ทีมได้อันดับที่ 5 ของตาราง แต่ก็พอใจเพราะเป็นการทำทีมปีแรก ทีมอื่นๆ เขาทำกันมาสองสามปียังอยู่อันดับ 9 อันดับ 10 แฟนคลับใน 16 จังหวัด ภาคกลางจะมากที่สุด แต่ปัญหาตามมาก็คือปีต่อๆ ไปจะทำอย่างไร คิดว่าเร็วๆ นี้คงจะหาข้อสรุปได้ว่าเมืองกาญจน์เอฟซีจะยืนอยู่อย่างไรได้ แต่ก็มีแนวโน้มว่าภาคธุรกิจของจังหวัดกำลังจะยื่นมือเข้ามาช่วย
ปัญหาเฉพาะหน้าคืออะไร
ชูศักดิ์ : ปัญหาหลักก็คือเรื่องเงินทุน หากมีผู้ใหญ่ระดับจังหวัดลงมาเล่นด้วย เชื่อว่าฟุตบอลเมืองกาญจน์ไม่แพ้ใครในประเทศ เพราะนักฟุตบอลเมืองกาญจน์นั้นไปเล่นให้สโมสรอื่นๆ หลายคนทั้ง บุรีรัมย์, ทีโอที, นครปฐม ชลบุรี ซึ่งเขาเหล่านี้พร้อมจะมาเล่นให้ทีมเมืองกาญจน์เอฟซี แต่เราไม่สามารถจะดึงตัวกลับมาได้เพราะเงินเดือนที่เขาได้รับสูง อยู่กับเมืองกาญจน์เอฟซีเดือนละแค่ 1 หมื่นเศษ ผมควักเนื้อหมดไป 5 ล้านบาทแล้ว ถ้าซื้อนักเตะค่าตัวหลัก 2-3 หมื่นบาทต่อคน ก็น่าจะต้องใช้เงินอีกประมาณ 7 ล้านบาท จึงจะซื้อตัวมาได้
โอกาสที่จะมีใครเข้ามาช่วยเหลือ
ชูศักดิ์ : ผมว่าเรื่องนี้มันอยู่ที่ใจ ถ้าคนที่มีใจรักกีฬาด้านนี้ก็คงเดินเข้ามาหาเอง ซึ่งก็แปลกใจว่าทำไมไม่มีผู้ใหญ่ลงมาดูบ้าง งานส่วนรวมทุกอย่าง ถ้าขาดการมีส่วนร่วมแล้วไม่น่าจะทำได้ดี
เรื่องเงินทุนที่เป็นปัจจัยสำคัญ
ชูศักดิ์ : มีภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อมหลายองค์กร ที่น่าจะเข้าไปขอความช่วยเหลือได้ แต่ผมแค่ ส.อบจ.ไม่สามารถจะเข้าไปถึงตรงนั้นได้ ต้องขอความช่วยเหลือจากระดับที่สูงกว่าเข้าไปเจรจา ก็มีผู้ใหญ่บางท่านรับปากว่าจะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ซึ่งให้ผมร่างแผนอยู่ว่าจะทำอะไรบ้าง จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ แล้วจะนำโครงการที่ทำไปให้ผู้ใหญ่ เพื่อถึงภาคเอกชนต่างๆ ขอรับการสนับสนุนตรงนี้ ก็น่าจะได้เงินทุนเข้ามาช่วยเหลือสโมสรได้
สร้างขวัญกำลังใจให้นักกีฬาอย่างไรในเมื่อทุนมีน้อย
ชูศักดิ์ : ปัญหาเรื่องเงินเป็นปัญหาหลัก ที่ผ่านมาก็จะตั้งเงินเดือนให้เฉลี่ยแล้วคนละ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมวันละ 200 บาท แข่งจริง 500 บาท ถ้าชนะมีเงินรางวัลให้ไปแบ่งกันทั้งทีมอีก ซึ่งมั่นใจว่านักเตะที่อยู่กับเมืองกาญจน์เอฟซีมีขวัญกำลังใจดีทุกคน และนักเตะส่วนใหญ่จะเห็นใจที่ผมต้องควักกระเป๋าตัวเองมาจ่ายในส่วนนี้มากกว่า



